Help - Search - Members - Calendar
Full Version: >> FINAL FANTASY - 20th Anniversary <<<
ThaiNin > ThaiNin Society > ThaiNin Box > Review Warehouse
Pages: 1, 2
Zieghart
สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคน

เนื่องจากว่า ปีนี้เป็นปีเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของเกมส์ "Final Fantasy"

...เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวาระอันน่ายินดีนี้ ผม ในฐานะแฟนคนหนึ่งของซีรีย์ ก็อยากขอถ่ายทอดประสบการณ์ ความคิด ความประทับใจต่างๆ ที่ได้รับมาโดยตลอด
ในรูปแบบของบทความยาว หลายตอนจบนี้ ให้เพื่อนๆได้ร่วมอ่าน ร่วมรำลึกความหลังไปด้วยกัน

...และคาดว่าแม้คนที่ไม่เคยเล่น ไม่เคยรู้จัก ก็น่าจะสามารถร่วมเดินทางไปในเส้นทางสายนี้ด้วยกันได้

สู่เส้นทางที่แสนยาวไกล...ของความเพ้อฝันที่ไม่มีวันลบเลือน....

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Prologue



I was frozen in time, but I feel as if my time is just beginning...

~Vincent Valentine~





สิ่งที่คู่ควรกับคำว่าตำนาน นั่นหมายถึง แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไร แต่ชื่อของมันก็จะยังคงอยู่...อย่างน้อยแม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่ง
...ในความทรงจำ...ในหัวใจของผู้ที่ได้ร่วมรับรู้มัน


บนหน้ากระดาษของประวัติศาสตร์วงการเกมส์ที่ยาวนานนั้น มีซีรีย์มากมายที่ได้ถูกสร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อนื่อง แต่มีเพียงไม่กี่หัวเรื่องเท่านั้น ที่ได้รับการยอมรับจากเหล่าเกมส์เมอร์ทั้งหลายว่า คู่ควรกับคำว่า"ตำนาน"อย่างแท้จริง

หนึ่งในตำนานเหล่านั้น...มีชื่อๆหนึ่ง ที่ผมเชื่อเหลือเกินว่า น่าจะถูกลงความเห็นจากผู้ที่เคยสัมผัส...ไม่ว่าจะเป็นแฟนประจำหรือไม่ก็ตาม
ว่าตัวมันนั้น คู่ควรที่จะเป็นหนึ่งใน "แถวหน้า" ของตำนานทั้งหลาย...



20th Anniversary

20ปี กับไฟนอล แฟนตาซี ในความทรงจำ






18 ธันวาคม 1987 เป็นวันเกิดของเกมส์สวมบทบาทตัวละคร(Role Playing Game) เกมส์หนึ่ง ที่ออกมาเพื่อเดิมพันให้กับความอยู่รอดของบริษัทเล็กๆที่กำลังจะล้มละลาย

"เกมส์ภาษา"ตลับๆเล็กๆนั้น ออกมาปรากฎโฉมต่อสังคม พร้อมกับความหวังที่ยิ่งใหญ่ของผู้สร้าง...ทั้งๆที่ ณ ตอนนั้น ก็มีเกมส์ระดับตำนานอีกมาก กำลังครองตลาดอยู่

ในช่วงเวลานั้น คนเล่นทั้งหลาย...หรือแม้แต่เหล่าผู้สร้างเอง ก็คงไม่มีใครกล้าพูดได้ว่า เกมส์โนเนม จากค่ายเล็กๆ นี้ จะสามารถยืนหยัดต่อไป จนได้ฉลองวันเกิดในปีหน้าหรือไม่

...แต่จวบจนถึงวันนี้ ครบรอบปีที่ 20...ชื่อนั้น...ก็ยังคงอยู่ที่เดิม ตั้งตระหง่านอยู่ในใจของผู้เล่นทุกคน...




เรือเหาะที่พุ่งทะยานฟ้า...แสงปะทะของเวทย์มนตร์...เสียงกระทบของคมดาบ...
ฉากสนามที่กว้างใหญ่...สหายที่ร่วมต่อสู้...เหล่าศัตรูที่อลังการ...

เมื่อรวบรวมเอาวัตถุดิบชั้นดีเหล่านี้ มาควบคู่กับเพลงประกอบที่ไพเราะติดหู และเนื้อเรื่องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งการผจญภัย..."ความเพ้อฝันครั้งสุดท้าย" ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา และเต็มไปด้วยการพัฒนาที่ไม่สิ้นสุด
ตั้งแต่อดีต จวบจนถึงปัจจุบัน ในฐานะเกมส์ภาษาระดับคุณภาพเกมส์หนึ่ง

ณ วันนี้ วันหนึ่งวัน ที่จะก้าวไปสู่ทศวรรษที่สอง...วันหนึ่งวัน ที่จะเชื่อมต่ออดีตและอนาคตของหน้ากระดาษตำนาน...
เรามาร่วมเดินย้อนกลับไปด้วยกันเถอะครับ...ร่วมไล่ตามไปพร้อมๆกัน บนเส้นทางแฟนตาซีสายนี้
...กลับสู่ก้าวแรกของความฝัน...ที่แสนยาวนาน...

แด่จินตนาการที่ไม่มีวันลบเลือน...




-- Trace Memory...Trace Fantasy --

To be continued...Final Fantasy 1 ปฐมบทแห่งตำนานคริสตัล
Zieghart
Never forget...The light of this world must always be guided in the right direction.

If it goes astray,darkness will come again

~Final Fantasy I~





Final Fantasy I -The Prophecy


Prologue


2000 ปีที่แสนยาวนาน ก่อนหน้ายุคปัจจุบัน...'The Four Fiends' ปีศาจร้ายทั้ง 4 ได้ทำพันธะสัญญากับอัศวินหนุ่มคนหนึ่ง นามว่า การ์แลนด์ เพื่อมุ่งสู่การมีชีวิตอันยืนยงชั่วนิรันดร์ของทั้งสองฝ่าย...

อัศวินหนุ่มผู้เก่งกาจคนนั้น ได้รับพลังที่เกินหยั่งถึง และเกิดใหม่ ในร่างของสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งด้านมืด...ชื่อของมันคือ "คาออส"

...และแล้ว เวลาก็ล่วงเลยไปถึง 2000 ปี...กระแสประวัติศาสตร์ แล่นไหลไปอย่างต่อเนื่อง โดยมิได้มีท่อนใด กล่าวถึงเนื้อหาของพันธะสัญญาในเงามืดนั้นเลย แม้แต่บรรทัดเดียว...




When Legend becomes Real

ในที่สุด ก็มาถึงเวลาที่ตำนานหน้าใหม่เริ่มต้นขึ้น...ผู้คนในยุคปัจจุบัน ได้เผชิญหน้ากับวิกฤติครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน..."ปีศาจร้ายทั้ง 4" ที่เคยได้ยินเพียงคำเล่าขาน ก็ได้ปรากฎตัวขึ้น... ฉับพลัน คริสตัลทั้ง 4 ที่ควบคุมสมดุลของโลก...ทั้ง ดิน ไฟ น้ำ ลม ต่างก็สูญเสียประกายแสงไปสิ้น

ลิซ - โครงกระดูกผู้ฆ่าไม่ตาย ปรากฎตัวขึ้นที่ถ้ำลึกใต้ผิวโลก และทำให้ผืนดินแห้งกรัง ไร้ซึ่งพืชผล

มาลิลิธ - สตรีหกแขนที่ครึ่งร่างเป็นงูยักษ์ ปรากฎตัวขึ้นที่ใจกลางภูเขาไฟอันร้อนระอุ และทำให้เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ไร้การควบคุม

คราเคน - ปลาหมึกยักษ์น่าเกลียดน่ากลัว ปรากฎตัวขึ้นที่วิหารใต้บาดาล และทำให้ผืนน้ำแห้งผาก ทะเลคลุ้มคลั่ง

เทียแมท - มังกรหกหัวน่าเกรงขาม ปรากฎตัวขึ้นบนปราสาทลอยฟ้า มรดกของชนเผ่าที่ดับสูญ และทำให้สายลมบิดพลิ้ว บ้าระห่ำ


จากนั้น โลกก็ดำดิ่งไปสู่ความมืดมิด...




The Prophecy


...ในภาวะที่เสียงกรีดร้อง ไม่สามารถบรรเทาความทุกข์ทรมานได้...ผู้คนทั่วทั้งโลก ต่างมุ่งมั่น ฝากความหวังอันน้อยนิด ให้กับคำทำนายสั้นๆที่ถ่ายทอดปากต่อปากว่า..."เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ความมืด...ผู้กล้าทั้ง 4 จะนำแสงสว่างกลับคืนมา"

...แล้วในที่สุด ความฝันของชนทั้งผอง ก็สัมฤทธิ์ผล...นักรบ 4 คน ปรากฎกายขึ้น หลังจากผ่านการเดินทางที่ยาวนาน พร้อมกับชิ้นส่วนของคริสตัลที่ไร้ประกายทั้ง 4 ประคองแน่นไว้ในมือ...

ณ บัดนี้...ภารกิจที่จะนำโลกกลับสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น...ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...



Toward the Past

พวกเขาผ่านร้อนผ่านหนาว ตระเวนเดินทางไปครึ่งค่อนโลก ได้เผชิญกับอุปสรรคต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะบุกถ้ำลึกค้นหามงกุฎมาคืนแก่ราชาไร้บัลลังค์ นำดวงตามาคืนแก่แม่มดผู้สูญเสียแสงสว่าง นำน้ำยาไปปลุกเจ้าชายเอลฟ์ที่หลับใหล นำอัญมณมีมาเบิกทางจากยักษ์ไทแทนขนาดมหึมา ฯลฯ

ทว่า...น่าขันนัก...โดยที่ไม่มีใครคาดคิด..."กุญแจ"สำคัญที่สุดสำหรับตำนานบทนี้ ไม่ได้อยู่ที่ภารกิจกอบกู้คริสตัลในภายหลัง แต่กลับอยู่ที่"จุดเริ่มต้น"ของเรื่องราวทั้งหมด...

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ครั้งแรกเริ่ม ณ เวลาที่เหล่านักรบแห่งแสงปรากฎตัว
...ทุกคนได้ไล่ตามไปกำจัดยอดองครักษ์แห่งอาณาจักรโคเนเรีย ที่เกิดเสียสติ ลักพาตัวเจ้าหญิงคนสำคัญหนีไป

พร้อมๆกับชัยชนะในภารกิจครั้งแรก ชื่อเสียงของนักรบทั้งสี่ ก็พลันโด่งดังไปทั่ว...โดยมิได้มีใครสนใจ ถึงร่างไร้วิญญาณขององครักษ์หนุ่มคนทรยศ ที่ทอดกายอยู่เบื้องหน้า...ซึ่งมีนามว่า...การ์แลนด์...




The Hidden Truth

ในวินาทีเป็นตาย...ก่อนที่จะจบชีวิตลง การ์แลนด์ได้ทำพันธะสัญญามืดกับปีศาจร้ายทั้ง 4 และถูกดึงกลับไปสู่อดีตเมื่อ 2000 ปีก่อน พร้อมเกิดใหม่ในร่างของ"คาออส" ราชาแห่งความมืด

และคาออส ก็ใช้พลังที่ได้รับ ส่งปีศาจร้ายทั้ง 4 ข้ามเวลาจากอดีต มาช่วงชิงแสงสว่างในยุคปัจจุบัน...

วงเวียนของชะตากรรมดังที่เป็นอยู่นี้ ก็หมุนวนต่อไป...จากอดีต สู่อนาคต...และจากอนาคต ย้อนกลับสู่อดีต...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีวันจบสิ้น...คาออส และปีศาจร้ายทั้ง 4 ก็ยังคงมีชีวิตอยู่เหนือลิขิตแห่งเวลา...แสงสว่างของคริสตัล ก็ยังคงถูกช่วงชิงไป...

...ตลอดกาล...



Behind the Cover

Final Fantasy I - บทแห่ง"คำทำนาย" - นั้น สร้างกระแสที่รุนแรงอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อ 20 ปีก่อนหน้านี้...อาจจะเพราะรูปแบบของเนื้อเรื่องที่กล้า"ฉีก" นิยามเดิมของคำว่าแฟนตาซี ให้ไกลเกินกว่าคำว่า ความเพ้อฝัน อย่างที่หลายคนเคยเข้าใจ...โดยยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายแห่งการผจญภัยอย่างครบถ้วน

ถ้าจะพูดถึงแนวคิดเรื่องของไทม์ ลูป [Time Loop] ที่เล่นเรื่องของกระแสเวลาหมุนวนทบต้น กลับไปกลับมานั้น แม้จะต้องยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นัก และสามารถพบได้ในนิยายไซไฟหลายๆเล่มในยุคนั้น...แต่ สำหรับวงการเกมส์ในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว...นี่ไม่ใช่พลอตเรื่อง"ทั่วๆไป" อย่างแน่นอน

...ตลับเกมส์ 8 bit เล็กๆนี้ ถ่ายทอดทั้งองค์ประกอบที่ผู้เล่นคาดหวังว่าจะเจอ และเกินกว่าที่ผู้เล่นคาดคิดว่าจะเจอ

ตั้งแต่ต้นจนจบ เราจะได้สวมบทบาทเป็นผู้กล้าทั้ง 4 ออกเดินทางกำจัดเหล่าปีศาจร้ายทั้ง 4 และนำแสงสว่างกลับคืนสู่คริสตัล โดยรูปแบบการต่อสู้ จะเป็นลักษณะของเกมส์ภาษาดั้งเดิม มีการเดินในฉากเมือง ฉากแผนที่โลก และฉากต่อสู้

ใช้ความสามารถเท่าที่มี จัดการศัตรูให้ได้ พร้อมรับค่าประสบการณ์มาสะสม ให้ตัวละครของเรา เก่งขึ้นเรื่อยๆ นำเงินไปซื้ออาวุธ ชุดป้องกัน เรียนรู้เวทย์มนตร์ใหม่ๆ และช่วยเหลือผู้คนต่างๆ ตลอดเส้นทางการเดินทาง

Final Fantasy นำเอาจุดดีของเกมส์ภาษาร่วมสมัย มาประยุกต์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และนำจุดด้อย มาปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น เราจะได้เลือกอาชีพของตัวละครหลักทั้ง 4 ตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ว่าจะเป็นนักรบ นักกังฟู หัวขโมย นักเวทย์มนตร์ดำ มนตร์ขาว มนตร์แดง ตามแต่ที่เราต้องการ

เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไป และเราผ่านการทดสอบจากมังกรผู้ยิ่งใหญ่ "บาฮามุต" หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำซีรีย์แล้วนั้น ตัวละครของพวกเรา ก็จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้า และพัฒนาความสามารถให้สูงไปอีกขั้น

การมีบทบาทที่แน่นอนของตัวละครแต่ละตัว มีพัฒนาการที่เด่นชัดในแต่ละสายอาชีพ และเมื่อบวกร่วมไปกับกราฟฟิคที่โดดเด่นในตอนนั้น และเพลงประกอบที่ยังคงไพเราะ แม้จะมองจากตอนนี้ ทำให้ Final Fantasy กลายเป็นชื่อที่ติดหูชื่อหนึ่ง ทัดเทียมกับชื่ออื่นๆ...


Zieghart
Beyond the First Step

...จวบจนถึงปัจจุบัน Final Fantasy I เป็นภาคที่ถูกนำกลับมาปรับปรุง และพอร์ตสู่เครื่องเกมส์อื่นๆ บ่อยครั้งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเกมส์คอนโซล หรือเกมส์มือถือ ถ้านับรวมแล้ว ก็เป็นสิบเวอร์ชัน


ความคลาสสิคที่ไม่มีวันเลือนหาย?

หรือตำนานเก่าเก็บที่ยังคงนำกลับมาหากิน?


ถามแฟนเกมส์ภาษา ถามแฟนเกมส์ไฟนอล ถามบริษัทสแควร์ผู้ให้กำเนิด...นิยามของมัน จุดประสงค์ของมัน ก็คงจะแตกต่างกันไป ตามจุดยืนของแต่ละผู้ตอบ

...แต่สิ่งที่แน่ชัดก็คือ หากมองย้อนกลับไปจากวันนี้ ก็ต้องนับว่า ตลับเกมส์สีขาวตลับนั้น ได้วางรากฐานที่มั่นคง และยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย ให้กับกิ่งก้านของตน ที่แตกยอดมาในภายหลัง

คงไม่มีใครเถียงว่า "ความเพ้อฝัน" เล็กๆที่ปรากฎโฉมเป็นครั้งแรกนี้ มีความหมายอย่างมากที่สุด ต่อก้าวต่อๆไปที่จะตามมา...ทั้งสำหรับซีรีย์ และสำหรับตำนานอื่นๆที่จะก้าวตามหลัง...




....................................

..............................................

......................................................

Last page's story - Travels Back in Time

...ไม่ใช่ครั้งแรก ที่นักรบแห่งแสง ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด ว่าเกิดอะไรขึ้น เหนือกระแสเวลา

...ไม่ใช่ครั้งแรก ที่พวกเขาและเธอ ตัดสินใจที่จะเดินทางย้อนกลับสู่ยุคอดีต เมื่อครั้ง 2000 ปีก่อน

...ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เหล่าผู้ถูกเลือก ต้องกลับไปในอดีตที่แสนยาวไกล เพื่อพิชิตปีศาจร้ายทั้ง 4
...พิชิตคาออส...และพิชิตชะตากรรมของตัวเอง

...การดิ้นรนเพื่อจะสิ้นสุดวงจรอุบาทว์ของกระแสเวลาครั้งนี้...
ก็ดูเหมือนจะจบลงอย่างไร้ประโยชน์
เหมือนๆกับที่มันเคยเป็นมา และเหมือนๆกับที่มันจะเป็นไป

...แต่ครั้งนี้ มีอะไรที่เปลี่ยนไป...? มีอะไรที่ไม่เหมือนเดิม...?

...ตัวคุณเท่านั้น ที่จะควบคุมเส้นทางที่แท้จริงของพวกเขา และนำบทสรุปที่แท้จริง กลับสู่โลกแห่งนี้อีกครา...




Closing comment

...เมื่อพูดถึง FF1 แล้ว ผมก็นับลำบากเหมือนกันว่า ซื้อมากี่ครั้ง และเล่นจบไปกี่ครั้ง เพราะถูกนำมารีเมคและพอร์ตมานับครั้งไม่ถ้วน ยอมรับเลยว่า ทุกคร้งที่ประกาศออกมา ก็เหนื่อยหน่าย และผิดหวังไม่น้อย เพราะสำหรับใจจริงๆของผมแล้ว ก็คงมองไม่ต่างจากหลายๆท่านว่า นี่เป็น"ภาคหากินง่ายๆตลอดกาล"ภาคนึง...แม้ส่วนตัว จะไม่ได้รังเกียจ"เอกลักษณ์"สไตล์ old school ของภาคนี้ นั่นคือ...

กราฟฟิคแบบ 2D

การต่อสู้แบบผลัดกันเลือกคำสั่งคนละตา

ระบบการเดินวนปราบศัตรูและเก็บประสบการณ์ให้ตัวเราเก่งขึ้น

ฯลฯ

หลายๆคนอาจจะมองว่า มันล้าสมัย ไม่ระทึกใจ และเรียบง่ายไปเสียแล้ว...ซึ่งผมยอมรับว่า...ค่อนข้างเห็นด้วย...ตัวผมมองว่า เวอร์ชันแรกสุดเท่านั้น ที่คู่ควรกับการขึ้นหิ้งอย่างแท้จริง ทั้งความยากของตัวศัตรู ความยาวนานของการเก็บเลเวล ข้อจำกัดในการพกไอเทม ความเหนื่อยหน่ายในการเก็บเลเวล ความวุ่นวายในการเซฟ บลาๆๆ...แต่สิ่งเหล่านี้แล ที่บ่งบอกถึงความเป็นภาคแรกของ ไฟนอล แฟนตาซี ที่ไม่มีใครเหมือน

การกลับมาขายใหม่ในแต่ละครั้ง ได้ปรับปรุงให้ตัวเกมส์ง่ายลงๆ เหมาะสมกับผู้เล่นสมัยใหม่ขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้าย... เอกลักษณ์ที่ผมเคยรู้สึกกับ FF 1 ก็ชักจะน้อยลงทุกที

...แต่ที่สุดของที่สุด ผมก็ยังให้อภัย และเห็นด้วยกับการตัดสินใจของบริษัท ที่จะให้ภาคนี้ คง"ความคลาสสิคแบบกึ่งประยุกต์"ไว้ในรูปแบบใกล้เคียงกับในความทรงจำเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน

และอย่างน้อยที่สุด...FF1 นี้ ซึ่งเป็นภาคแรกที่ผมเล่นนั้น...มันก็เคยสร้างความผูกพันธ์ สร้างความประทับใจให้ผมมาก่อนจริงๆ

และความรู้สึกนั้น...แม้ปัจจุบัน ผมก็ยังจดจำได้ขึ้นใจ และรับรู้เสมอว่า ความเพ้อฝันแต่ครั้งเยาว์วัยนั้น...มิใช่เป็นเพียงภาพลวง




แด่ความเพ้อฝันที่เชื่อมโยงสู่ปัจจุบัน



--Trace Memory...Trace Fantasy--

To be continued...Final Fantasy II - ย่างก้าวที่สอง สู่การปฎิวัติ


Zieghart
จบตอนที่ 1 ของบทความนี้นะครับ แหม่ ยึดคนเดียว 4 rep. เลยแฮะเรา ^^

จะทยอยลงทีละตอน ตามแต่เวลาจะอำนวยนะครับ

สำหรับผู้ที่สนใจ ไม่ต้องห่วงว่าจะอ่านไม่จบ เพราะบอกได้เลยว่า ไหนๆก็แต่งแล้ว จะหน้าด้านหน้าทน ขุดกระทู้ขึ้นมาให้อ่านกันแน่นอน ไม่ว่าจะดองไปนานแค่ไหน 555

คราวหน้าพบกับตอนที่ 2 Final Fantasy II - The Rebellion นะครับ



มีข้อติชมประการใด ยินดีรับฟังเสมอจ้า



ปล. >>>>ลิงค์หน้าหลักบทความ<<<<
robocon
เจ๋งครับ จะรออ่านตอนต่อไปนะครับ

อ่านแล้วได้อารมณ์ตอนที่ได้เล่น FF 1 ครั้งแรกเลย
สมัยเด็กตอนผมเล่นฟามิคอม เล่นแต่มาริโอ้ หรือเกมยิง แอ๊คชั่นไปวันๆ จนเริ่มเบื่อ
เลยถามเพื่อน Guru(กูรู้) ในสมัยนั้นว่า เล่นไรดีวะ เริ่มเบื่อๆแล้วอะ ยิงๆฟันๆ
มันเข้าญาณไป 3 วิ แล้วส่งตลับสีขาวมาให้ตลับนึง "อะ ลองเอาตลับนี้ไป เกมภาษา มรึงลองดู รับรอง.. มัน"
รับตลับกลับบ้านแบบงงๆ เอาตลับเสียบเครื่อง
โอ้นี่มันอะไรกัน เกมบ้าไรวะ ภาษาญี่ปุ่นยุบยับไปหมด แล้วสู้ยังไง ต่อยยังไง กดปุ่มตรงไหน
แต่พอมั่วๆไปสักพัก นั่งเก็บลีเวลเรื่อย เออ เว้ย... ชักเพลิน
หลังจากเล่นไปวันนึงรู้เลยว่าต้องหาทางไปแลกที่สะพานเหล็กให้ได้
และก็ไม่ผิดหวังครับ เพราะสมัยนั้นพ่อค้ายังไม่รู้ว่าเกมนี้มันสนุกแค่ไหน

รู้อย่างเดียวว่า มันคือ"เกมภาษา" เสร็จโจร...

chuckle.gif
theredcomet
เยี่ยมมากครับ อ่านแล้วนึกถึงความหลังสมัยที่ไปเล่นเกมที่ร้าน
เห็นพวกรุ่นพี่ๆเค้าเล่นเกมอะไรก็ไม่รู้ ภาพก็สวยดี แต่มีคำสั่งให้เลือก
ตอนนั้นไม่เคยชอบเกมแนวนี้เลย
แต่วันนึงไปอ่านการ์ตูนเล่มนึงที่ชื่อเหมือนเกมที่เราเคยเห็น
เลยอยากลองไปเล่นมั่ง แต่เกมนั้นไม่อยู่แล้ว
มาเล่นจริงๆจังๆก็ภาค2-3 เพราะ mega ตอนนั้นมีบทสรุป
และร้านที่ลำปางก็พอหาตลับมาให้ได้ แต่ภาค 1 นี่หาไม่ได้เลย
งงเหมือนกันว่าตอนนั้นโหมเล่นไปได้ยังไง
เพราะตอนนี้เล่นๆไปก็ไปดูทีวี อ่านการ์ตูน เปิดเว็บอ่านซะงั้น
ไม่มีไฟเหมือนเมื่อก่อนเลย
แต่ก็เริ่มติด Final Fantasy 3 ของ NDS แล้วครับ
Scudetto
สุดยอดไปเลยครับ คุณ Zieghart ชอบๆๆๆๆ ที่สุดเลย ถ้าผมจะเขียน" Final Fantasy จากความรักสู่ความชัง" จะมีใครอ่าน ปะเนี้ย 555

สงสัยโดนแฟนๆกระทืบตายแน่ตู รออ่านตอนหน้าอยู่ครับผม
Ryo
ชอบมากเลยครับ ถ้าแต่งครบทุกภาคแล้ว เก็บไฟล์ส่งมาให้ผมด้วยนะครับ จะเอามาทำเป็นบล๊อก พร้อมลงเครดิตให้ครับ boythank.gif
Ace
ดีครับ สุดยอดคลาสสิค สำหรับคนวัยอย่างเราๆ victory.gif
Zieghart
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์นะครับ

พูดถึงภาคหนึ่งเนี่ย มีหลายประเด็นที่ นึกถึงทีไรก็ยิ้มออกมาทุกที อย่างมินิเกมส์บนเรือ (ไอ้ที่เล่นแทบตาย ได้มา 100 Gil...ภาคหลังๆนี่ดีหน่อย ปรับเป็น 10,000 แหะๆ) แหลมบั๊กๆ ที่เป็นที่สุ่มเจอศัตรูโหดๆตั้งแต่ต้นๆ เอาไว้เก็บเลเวลได้ดี หรืออย่างหลุมศพของลิงค์ ที่เห็นครั้งแรก ฮาเป็นบ้า 555

อย่างที่บอกนะครับ ช้าแต่ชัวร์ จะทยอยลงทีละภาคๆ อย่างน้อย 10 ภาคหลัก ได้อ่านกันแน่นอน

อีก2-3 วัน จะอัพต่อในกระทู้นี้จ้า ^^
kenghot
สุดยอดเลยครับ
maxi
เขียนได้ดีครับ

รออ่านอยู่นะครับ เป็นกำลังใจครับ victory.gif
Zieghart
ผ่านไปหลายวัน คราวนี้มาต่อที่ภาค 2 กันนะครับ ภาคนี้ มีอะไรแปลกใหม่ ให้นักวิจารณ์ชมกันเยอะทีเดียวเชียว ^^




Final Fantasy II - The Rebellion ย่างก้าวที่สอง สู่การปฏิวัติ

Prologue

จักรวรรดิพาราเมเกียอันเกรียงไกร นำโดยจักรพรรดิผู้มักใหญ่ใฝ่สูง ได้ทำการขยายอำนาจ รุกรานดินแดนข้างเคียงอย่างไม่หยุดหย่อน

...ภายใต้เวทย์มนตร์ดำอันกล้าแข็ง และกองทหารแห่งความมืดที่ฆ่าไม่ตายแล้ว...เสียงร่ำไห้ของผู้คน ก็ดังระงมไปทั่ว เปลวเพลงโหมกระหน่ำ หยดเลือดสาดกระจาย ย้อมราตรีที่มืดมิด ให้เป็นสีแดงฉาน...

แม้จะไร้ซึ่งกำลัง แต่ราชาแห่งเมืองฟินน์ ก็ได้แอบก่อตั้งกองทัพปฎิวัติขึ้นมาในเมืองที่แสนห่างไกล ทำการซ่องสุมกองกำลัง และประสานความร่วมมือกับอาณาจักรอื่นๆ ที่ต่างก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน และกำลังจะเดินหน้าไปสู่จุดจบในรูปแบบเดียวกัน...



Innocent Lambs

ฟิริออน/มาเรีย/กาย เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นกันจนชินตา ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามที่เต็มไปด้วยความกระหาย แต่ไร้ซึ่งความหมายครั้งนี้...พ่อแม่ของทุกคน ถูกสังหารสิ้นในการโจมตีของจักรวรรดิ...พวกเขาและเธอ ถูกกองทหารแห่งความมืด ไล่ล่าหมายปลิดชีวิต

เจ้าหญิงฮิลดา บุตรีแห่งราชาเมืองฟินน์ ได้ช่วยเหลือเหล่าเด็กน้อยไว้ได้ คงมีเพียงเลออน พี่ชายของมาเรียเท่านั้น ที่ถูกพาตัวไปโดยทหารจักรวรรดิ...ด้วยความต้องการที่จะแก้แค้น และตามหาสมาชิกคนสำคัญที่สูญหาย...เด็กน้อยทั้งสามคน ได้ยื่นคำขอ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพปฎิวัติทันที พร้อมประกาศกร้าว จะล้มจักรวรรดิแห่งความมืดให้จงได้

...ชีวิตที่รักษามาได้ ไม่ใช่สิ่งด้อยค่าขนาดจะเอามาทิ้งขว้าง...เจ้าหญิงฮิลดาปฎิเสธคำขอร้องของเด็กน้อยใน
ทันที...แต่มาถึงตอนนี้ ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งพวกเขาได้ ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่น ที่โหมกระหน่ำในใจทั้งสามได้อีกต่อไป...



The Stubborn Rebellion

การต่อต้านยังคงยืดเยื้อ ฝ่ายจักวรรดิค่อยๆรุกคืบ กองทัพปฎิติค่อยๆถูกทำให้ล่าถอย...การสูญเสียที่เกิดขึ้น ช่างมากมายเหลือเกิน...ทหารเอก/จอมเวทย์คนสนิท/สุดยอดองครักษ์/คู่หมั้น หรือแม้แต่ราชาแห่งฟินน์ผู้นำทัพ...ก็ยังต้องจบชีวิตลง ท่ามกลางสงครามที่นับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรง

และเมื่อจักรวรรดิได้ปล่อยสุดยอดยานรบทำลายล้างนาม Dreadnought ออกมา แสงสว่างที่เหลือเพียงริบหรี่ของกองทัพปฎิวัติ ก็พลันวูบหายไป...

ทว่า จะด้วยความรั้นเพราะวัยเยาว์ หรือความมุ่งมั่นเพราะเชื่อในความถูกต้องก็แล้วแต่...ตลอดตั้งแต่ต้นนั้น เด็กน้อยทั้งสาม ได้มีบทบาทอย่างมาก ต่อกองทัพปฎิวัติ...พวกเขาและเธอ เสี่ยงตายนับครั้งไม่ถ้วน

ทั้งลอบเข้าไปสืบข้อมูลสำคัญ...รับมอบถ้อยคำสุดท้ายก่อนสิ้นชีพของผู้นำ
...ตามล่าโลหะมิสริลเพื่อเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของกองทัพ
...สืบทอดเวทย์มนตร์ในตำนานที่สาบสูญ
...ร่วมทางกับมังกรไวเวิร์น ฝ่าสู่ใจกลางพายุหมุนขนาดยักษ์เข้าหาจักวรรดิ
...จนสุดท้าย ทุกคนสามารถทำลายยอดยานรบให้กระจุยเป็นผุยผง และปลิดชีพจักรพรรดิพาราเมเกียลงได้สำเร็จ !!



Real Confrontation

น่าเสียดาย...รอยยิ้มแห่งความสุข กลับอยู่ได้เพียงชั่วครั้งคราว...ศัตรูคู่แค้น ที่ขัดขวางเด็กทั้งสามมาตลอดการเดินทาง และรู้จักกันในนาม "อัศวินดำ" สุดยอดทหารมือขวาของจักพรรดิพาราเมเกีย ได้ปรากฎโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา ซึ่งก็คือ"เลออน" พี่ชายผู้พลัดพรากของมาเรีย ซึ่งลุ่มหลงในอำนาจแห่งจักวรรดิอันยิ่งใหญ่นั่นเอง...

จักวรรดิเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าไปอย่างฉับพลัน ด้วยการนำทัพของผู้นำที่แข็งแกร่งกว่าเดิม การรุกรานระลอกใหม่ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น...ซ้ำร้าย จักรพรรดิพาราเมเกียที่ควรจะจบชีวิตลงไปแล้ว ก็พลันกลับมาอีกครั้ง จากพันธะสัญญากับปีศาจ พร้อมรูปโฉมของอสูรกายจากโลกมืด และพลังเวทย์ทรงพลานุภาพอันน่าสะอิดสะเอียน

...โลกอันแสนมืดมิด ก็กลับดูมืดมนยิ่งกว่าที่เคย !!!
Zieghart
Behind the Cover

Final Fantasy II - บทแห่ง "การปฎิวัติ" - นั้น ไม่ใช่หมายเพียงแค่ตัวเนื้อเรื่อง ที่กล่าวถึงการต่อต้านจักวรรดิ และความทุกข์ของผู้คนที่ล้วนถูกพลิกให้มาอยู่ท่ามกลางไฟสงครามอย่างไม่มีทางหลีกเลี่

ยงเท่านั้น

...แต่ตัวเกมส์เอง ก็แสดงจุดยืนของซีรีย์อย่างชัดเจน ในก้าวที่สองนี้เองว่า...จะเดินบนเส้นทางของ"การปฎิวัติ" ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

จนถึงปัจจุบัน ซีรีย์บางซีรีย์ เลือกที่จะคงคอนเซปต์ของการมี"เอกลักษณ์" เดิมไว้เสมอมา...แต่สำหรับไฟนอล แฟนตาซี กลับเลือกที่จะเดินในเส้นทางของ " การเปลี่ยนแปลง" เพราะนอกจากชื่อเฉพาะต่างๆที่ยังคงถูกยกมาใช้เป็นเอกลักษณ์แล้วนั้น
...ทั้งระบบการเล่น อารมณ์ของตัวเกมส์ ธีมของเนื้อเรื่อง และบรรยากาศต่างๆ ก็เรียกได้ว่า ไม่เคยซ้ำกัน

ในภาคนี้ จะไม่มีระบบการปราบศัตรู นำแต้มประสบการณ์ มาเพิ่มเลเวล พัฒนาตัวละครอีกแล้ว แต่จะเป็นระบบ"ความถนัด" แทน...ไม่ว่าจะเป็นพลังชีวิต พลังเวทย์ ความเร็ว ความอึด การใช้ดาบ ใช้ขวาน ใช้ธนู ฯลฯ ตัวละครไหน ใช้การต่อสู้รูปแบบใดบ่อยครั้งกว่า "ความถนัด"ด้านนั้นๆก็จะยิ่งเพิ่มพูน และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ...กลับกัน หากทักษะด้านไหนที่ถูกละเลย และไม่ได้ใช้นานเข้า แต้มความถนัดของตัวละครนั้นๆ ก็จะค่อยๆลดลงทีละน้อย



สิ่งอื่นที่ได้รับการชื่นชมอย่างมาก ก็คือระบบ"คีย์เวิร์ด" ที่เป็นการนำ"ถ้อยคำ"ที่ได้รับมอบจากคนๆหนึ่ง ไปเลือกพูดกับคนอื่นๆ เพื่อนำไปสู่การเข้าหาเนื้อเรื่องที่แตกต่างจากเดิม และไอเทมที่คาดไม่ถึง...อาจเพราะในโลกที่ไม่สามารถแยกแยะมิตรหรือศัตรูได้แล้ว การเลือกใช้คำพูด ก็กลายเป็นสิ่งที่สำคัญ กำหนดเป็น-ตายได้ในฉับพลันนั่นเอง

และในภาคนี้เอง ที่เป็นจุดกำเนิดของตัวละครอมตะอีกหลายตัว ที่เป็นที่จดจำของซีรีย์ อย่างสุดยอดวิศวกรเรือเหาะ "ซิด" หรือนกสีเหลืองขนฟูน่ารักน่าชัง "โชโคโบะ" ที่แม้จะผ่านมาอีกกว่า 10 ภาค นานเกือบ 20 ปี...ทั้งสองตัวละคร ก็ยังคงปรากฎโฉมอยู่ทุกครั้งไป

.................

..........................

.................................

Last Page's story - Last Struggle;Once and for All

จักรพรรดิพาราเมเกีย ที่ได้กลับมาจากโลกมืด ได้สร้างจักรวรรดิโฉมใหม่ ให้กลายเป็นหอคอยทมิฬ นามนั้นคือ แพนเดโมเนียม (Pandemonium) เชื่อมต่อลงไปถึงก้นบึ้งของขุมนรก พร้อมประกาศจะทำลายล้างโลกให้สิ้นซาก...

ณ ตอนนี้ มันมิใช่ปัญหาเพียงแค่คนกลุ่มหนึ่ง หรือเมืองๆหนึ่งอีกต่อไป...แต่โลกทั้งใบ กำลังจะก้าวไปสู่จุดจบที่น่าเศร้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...อีกครั้ง ที่เด็กน้อยทั้งสี่ จะต้องเชื่อมั่นในความถูกต้อง และอีกครั้ง ที่พวกเขาจะต้องจบการต่อสู้ที่แสนเศร้านี้...อย่างสมบูรณ์...



Closing Comment

FF 2 นี่ จัดได้ว่ามีความสมจริงหลายๆอย่าง ทั้งระบบการพัฒนาความสามารถตัวละครแบบ 'ใช้มากได้มาก' หรือการใช้พาสเวิร์ดไปบอกคนนั้นคนนี้...สำหรับมุมมองของตัวผมเอง และของนักวิจารณ์ในสมัยนั้น ถือว่าได้คะแนนเต็มในเรื่องความแปลกใหม่

ทว่า แม้ระบบจะฟังดูน่าสนใจ แต่ในทางปฎิบัติแล้ว ตัวเกมส์สามารถที่จะพัฒนาระบบดังกล่าวให้ดียิ่งกว่านี้ได้อีกมาก เพราะตัวเกมส์มีบั๊กแปลกๆที่ฟังดูไม่เข้าท่า ปะปนอยู่ไม่น้อย และเปิดโอกาสให้ผู้เล่น "เล่นนอกกติกา" ได้อย่างง่ายดาย ทั้งการโจมตีใส่พวกเดียวกันเป็นระลอก การกดแคนเซิลชุดคำสั่งซ้ำไปซ้ำมา การคงไว้ซึ่งสภาพปางตายของตัวละคร ฯลฯ...เรื่องตลกทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ มีไว้ใช้สำหรับอัพเกรดค่าสถานะของตัวละครในเกมส์ได้อย่างรวดเร็ว และก็เพิ่งจะมาถูกแก้เอาในเวอร์ชันหลังๆนี้เอง

มาว่าถึงสิ่งที่ผมชอบที่สุด นอกจากเพลงประกอบที่ยิ่งใหญ่ชวนขนลุก ก็คงจะเป็นบรรยากาศของเรื่อง ที่ได้อารมณ์แห่งยุคกลาง และความรู้สึกดิ้นรนต่อต้านของคนกลุ่มน้อย ที่ค่อยๆฝ่าฟัน ทำภารกิจทีละอย่าง ทีละอย่าง ค่อยๆเข้มแข็งขึ้น ได้สูญเสีย และได้พบพานกับสหายใหม่มากมาย...จนท้ายที่สุด ก็กลับมารวมกัน เป็นกลุ่มเดิมกับ ณ ตอนเริ่มแรกนี่เอง

การผูกโยงไปถึงเรื่อง"ทายาท"ต่างๆก็ทำได้น่าสนใจ อย่างเรื่องราวของอัศวินมังกรคนสุดท้าย ที่ในภาครีเมคหลังๆ ก็อุตส่าห์นำไปโยงกับตัวละครหลักอีกตัวในภาค 4 ได้อย่างแนบเนียน หรือมังกรไวร์เวิร์นที่กำลังจะตาย ฝากไข่ของตน ให้ไปเก็บในที่ปลอดภัย และ สายเลือดสุดท้ายของเผ่าพันธุ์นั้น ก็ได้กลับมาช่วยตัวเอกในภายหลัง...เล่นไปก็ยิ้มไปเลยครับ



และที่สำคัญที่สุด นี่น่าจะเป็นภาคแรก ที่ความเป็น"ดรามา" ถูกใส่เข้าไปอย่างเต็มที่

...ตลอดการเดินทาง เหล่าเด็กน้อยได้พบเจอคนมากมายที่เข้ามาร่วมต่อสู้ด้วย และโดยมากแล้ว แทบทุกคนต่างก็ต้องจบชีวิตลงเพื่อปกป้องเหล่าตัวเอกทั้งสิ้น...ทั้งๆที่บางคน ก็เพิ่งจะได้รู้จักกันไม่นานแท้ๆ ? บางครั้งก็อาจทำให้รู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดความรู้สึก ทั้งๆที่ไม่ได้ปลุกอารมณ์คนเล่นซะก่อน....

...เพราะข้อจำกัดของเกมส์ RPG ยุค old school ที่ทำให้ต้องเน้นหลักที่ผลลัพธ์ของเหตุการณ์ มากกว่าจะมานั่งปูพื้นความสัมพันธ์ตัวละคร?

...หรือเพราะตัวละครเหล่านั้น เชื่อมั่นใน"อุดมการณ์"ของตน และฝากความหวังไว้ที่"อนาคต"ของตัวละครหลัก...แม้จะพบกันเพียงแค่ชั่วข้ามคืน?

...ผมเลือกที่จะเชื่อแบบหลังครับ มันดูโรแมนติกกว่าเป็นไหนๆ



แด่ความเพ้อฝัน ที่แลกมาด้วยชีวิตและการเสียสละ



--Trace Memory...Trace Fantasy--

To be continued...Final Fantasy III - เสียงเพรียกสุดท้าย จากสายลม
Zieghart
จบตอนที่สองนะครับ ท่านใดมีความเห็นหรือมีประสบการณ์อยากร่วมแชร์ยังไง เชิญได้เต็มที่เลยครับ

(ที่เขียนนี่ ก็เพราะอยากร่วมพูดร่วมคุยกับเพื่อนๆนี่ล่ะ ^^ )

ตอนต่อไป พบกับ Final Fantasy III "The chosen" ที่คาดว่า เพื่อนหลายๆคน อย่างน้อยก็ต้องได้เล่นภาค DS มาบ้าง ไม่มากก็น้อย

รับรองว่า ได้คุยกันสนุกแน่นอนจ้า
Golgo13
สุดยอดคร้าบ
Meatasit
ชอบบทความมากๆครับ bigeye.gif
Spidey145
อ่านเพลินมากๆครับ รออ่านภาคสี่อยู่นะครับ เพราะเป็นภาคแรกที่ผมเล่นจบแถมจบหลายรอบด้วย และเป็นภาคที่ชอบที่สุดด้วย มีความหลังเยอะกับภาค 4 ครับ
Ryo
มารออ่านภาค3ครับ สนุกจิงๆ
akumaTG
ปูเสื่อรอชมต่อครับ ในฐานะที่เล่นมันทุกภาคเช่นกัน ยกเว้น 11 (ไม่มีเวลาจะออนกับใคร)

ผมรอภาค 4 ครับ เป็นภาคที่ผมชอบมากที่สุดในเรื่องของเนื้อหาเลย รองมาก็ต้อง 6 ครับ เป็นภาคที่จบเยอะสุดแล้วสำหรับผม

ตอนนี้ก็ยังนั่งเล่น FF1 ของ PSP อยู่เลยครับ แถมที่บ้านมีเครื่อง wonderswan ที่เป็น FF ตั้งโชว์ไว้อยู่บนห้ิงด้วย ซื้อมาได้เพราะชอบส่วนตัว เครื่อง WS ผมเลยมีตลับแค่ 2 อันคือ FF1 และ FF2
RyuoouXIII
แหล่มเลยคับ...
boythank.gif
Otaki
สุดยอดฮะ

caragio
ยอดเลยคร้าบบบ เข้ามารอภาค 6 ภาคอันดับหนึ่งในใจผมครับ
dojiniga
สนุกมากเลยครับ อ่านไปก็เคลิ้มไป เหมือนย้อนตัวเองกลับไปอยู่สมัยเด็กๆเลยครับ
Ace
ของภาค 3 เนียนๆครับ สุดประทับใจเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน victory.gif
Sar
อ่านเพลินมากๆครับ

ใช้สํานวนการเขียนได้ ซึ้งดีจริงๆครับ

จะรออ่านนะครับ โดยเฉพาะภาค หก ที่ผมชอบที่สุด
zeroray
ผมชอบมากเลยครับขนาดภาคแรกๆผมไม่ได้เล่นนะเนี่ย นึกๆไปแต่ก่อนผมเป็นคนที่จัดว่าไม่ชอบเกมส์ภาษามากๆเลย
เล่นเกมส์ไหนไม่เคยจบเลยสักเกมแต่เกมภาษาเกมเเรกที่ผมเล่นจนจบคือเกมไฟนอล 4 ภาษาไทยของเครื่อง sfc
จำได้เลยตอนจบเป็นภาษาต่างดาวเลยไม่รู้เรื่อง 555+ ภาคต่อมาที่จบคือภาค 3 ของ DS ภาษาไทยอีก
เดี๋ยวอีกภาคที่จะเล่นจบคงเป็นภาค 6 ละมั้งเนี่ย
เวลาที่ผมเล่นเกมพวกนี้พวกฉากที่ตื่นเต้น ผมนั่งขนลุกเลยมีใครเหมือนผมมะเนี่ย
Zieghart
ช่วงนี้เวลาว่างเริ่มมั่วๆ ต้องทำรายงานส่ง ต้องอ่านหนังสือ และยังต้องสอบอีกตะหาก (ชีวิตนี้...ไม่มีปิดเทอมกะเค้าแล้ว T_T) อาจจะมาไม่สม่ำเสมอเท่าไหร่ ต้องขออภัยด้วยนะครับ ^^"
-----------------------------------------------------------------------------

When light is lost, the equilibrium will be no more.

~The Wind Crystal~




Final Fantasy III - The Chosen เสียงเพรียกสุดท้าย จากสายลม

Prologue

โลกใบนี้ คงอยู่ได้ด้วยพลังของคริสตัลแห่งแสงสว่างทั้ง 4 ซึ่งเป็นขุมพลังแห่งธาตุอันยิ่งใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงให้ทุกชีวิตดำเนินไป
...และเมื่อมีแสงสว่างสาดส่อง ในขณะเดียวกัน ก็จักต้องมีความมืดมาถ่วงดุล...ดังนั้น คริสตัลแห่งความมืดอีกชุดหนึ่ง ก็มีอยู่เพื่อรักษาสมดุลของขั้วทั้งสอง ให้โลกคงอยู่ได้ ตลอดช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนี่เอง

เมื่อใดที่ความมืดเสียสมดุล... ‘แสงสว่าง’จะคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นตัวแทน นำสันติสุขกลับคืนมาสู่ทุกชีวิต ...และหากถึงคราแสงสว่างไร้เสถียร... ‘ความมืด’ ก็จะคัดเลือกตัวแทน มาปิดฉากหายนะนั้นๆ ให้ทุกอย่างกลับสู่วัฏจักรเดิมในที่สุด...

ไม่ว่าเวลาจะเนิ่นนานเท่าไร ...กงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงก็ยังคงหมุนต่อไป

ดุจดังเมื่อครั้งอดีต...เมื่อเทคโนโลยีของมนุษย์ได้ก้าวหน้าเกินขีดจำกัด เหล่าผู้โง่เขลาได้คิดท้าทายธรรมชาติ ทำการดึงพลังจากคริสตัลแห่งแสงมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์ส่วนตน จนสุดท้าย ธรรมชาติก็เกิดการปั่นป่วน อารยธรรมเหล่านั้นเสื่อมสลายพินาศลงแทบหมดสิ้น คริสตัลแห่งความมืด จึงทำการคัดเลือกตัวแทนเหล่านักรบขึ้นมา ต่อสู้นำสมดุลแห่งแสงกลับคืนจุดเดิมได้ในที่สุด...



Face the Fate from the Crystal

กาลเวลาผ่านไป ...เมื่อจอมเวทย์เวทย์ผู้สูงส่ง นาม โนอาห์ ใกล้จะหมดลมหายใจ เขาได้ทิ้งมรดกสุดท้ายให้กับศิษย์เอกทั้งสามของเขา...

มอบหมายให้ โดก้า ครอบครองโลกแห่งเวทย์มนตร์ อูนเน่ ครอบครองโลกแห่งความฝัน และ ซานเด้ ครอบครองโลกแห่งมนุษย์

ทุกอย่างควรจะดำเนินไปด้วยดี...

...แต่จะด้วยความหวาดกลัวต่ออายุขัยที่จำกัด ความมัวเมาในอำนาจ หรือด้วยอิทธิพลจากกงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงก็แล้วแต่...ซานเด้ ได้ปรารถนาจะครอบครองโลกทั้งสามด้วยตัวของเขาเอง...ความทะยานอยาก ผลักให้เขาเรียกอสูรร้ายจากโลกมืดขึ้นมา หมายมั่นจะทำลายทุกประกายของแสงสว่างให้หมดสิ้นไป

เมื่อความมืดเริ่มพุ่งพล่าน สมดุลกำลังจะปั่นป่วน โลกกำลังจะพินาศสิ้น....อีกครั้ง ที่แสงสว่างจะก้าวเข้ามา...ชะตากรรมได้ถูกกำหนด...กงล้อแห่งโชคชะตาของผู้ถูกเลือก
...“นักรบแห่งแสงทั้ง 4” ...ก็เริ่มหมุนวน



On the surface of the light

ฉากหน้าของตัวเกมส์ ถูกนำเสนอด้วยเนื้อเรื่องที่เรียบง่าย คงแนวความคิดดั้งเดิมที่กล่าวถึงชะตากรรมของผู้ถูกเลือก ขุมพลังแห่งธรรมชาติ และสมดุลแห่งโลก ที่ถ่ายทอดผ่านสัญลักษณ์ที่คุ้นเคยอย่าง คริสตัล เป็นเอกลักษณ์ประจำซีรีย์ที่แม้ปัจจุบันก็ยังคงความขลังอยู่

แต่สิ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากภาคก่อนๆ กลับไม่ใช่ตัวเรื่อง ที่เป็นการนำกลิ่นไอเดิมจากภาคแรกกลับมา หากแต่เป็นความลึกของเนื้อหา และมิติของทุกตัวละคร ที่เกี่ยวข้องกับหายนะของคริสตัลที่กำลังเสื่อมสลายนี่เอง

ไฟนอล แฟนตาซีภาคนี้ ได้เน้นความสำคัญกับบทบาท ที่มาที่ไป และเหตุผลในการมีอยู่ของตัวละครเหล่านั้น ซึ่งเคยเป็นจุดอ่อนของบทในภาคก่อนๆ... การปรากฏตัวที่ค่อยๆเปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริง... การเสียชีวิตที่มีผลต่อเนื่องสืบไป... ทุกองค์ประกอบต่างผสมรวมกันให้ผู้เล่นได้รู้สึกผูกพันกับผู้คนเหล่านั้น และเข้าถึงอารมณ์ของเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี

Zieghart
In the deepest part of the Darkness

ระบบของ FF III ที่แม้ไม่ได้แปลกใหม่ แต่ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาจากภาคก่อนๆนี้ก็คือ ระบบการเปลี่ยน Job อย่างอิสระ ที่สร้างความพลิกแพลงในการเล่นได้อย่างมาก อาชีพต่างๆจะได้รับเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไป จากอาชีพตั้งต้น ก้าวไปสู่อัศวิน- นักรบ - นักดาบเวทย์ – ผู้ใช้เวทย์มนตร์ – ผู้อัญเชิญ –ไวกิ้ง - อัศวินมังกร - นักปราชญ์ - นินจา ฯลฯ ซึ่งมีผลต่อค่าสถานะและความสามารถพิเศษต่างๆที่ไม่เหมือนกัน การจัดปาร์ตี้ในรูปแบบใหม่ๆไปเรื่อยๆนี้ สร้างความสนุกสนานได้ไม่รู้จบ

และหนึ่งในเทรดมาร์คประจำภาค ที่กลายเป็นจุดขายสำคัญต่อเนื่องมา ก็คงหนีไปพ้น..สุดยอดนักรบผู้เชียวชาญทั้งบุ๋นและบู๊...นักรบหัวหอม สุดคลาสสิคนั่นเอง

ผ่านมาถึง 16 ปี แม้ภาคอื่นๆจะได้รับการทำใหม่นับครั้งไม่ถ้วน แต่ภาค3 นี้ อาจจะเป็นภาคเดียว ที่เหมือนไม่ได้รับความเหลียวแล ถูกยกเลิกโปรเจครีเมคไปหลายต่อหลายครั้ง...ในที่สุด มันก็ได้ถูกยกเครื่องกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ในรูปแบบ 3D บนเครื่องเกมส์พกพา Nintendo DS ที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ ณ เวลานั้น

หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไป...ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่องปลีกย่อย บทสนทนา รายละเอียดของแต่ละอาชีพ ถูกพัฒนาให้มีความลึกของเนื้อหาที่มากขึ้น สมเหตุสมผลมากขึ้น และมีความพิเศษเฉพาะตัวมากขึ้น โดยยังพยายามคงเอกลักษณ์ของต้นฉบับไว้ให้มากที่สุด...



Behind the Cover

Final Fantasy III - บทแห่ง "ผู้ถูกเลือก" - นั้น สร้างกระแสที่ฮือฮาเป็นพิเศษ และเป็นจุดพลิกผันจุดสำคัญมากจุดหนึ่งของซีรีย์ ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบเปลี่ยนอาชีพมาใช้อย่างจริงจัง การเริ่มต้นระบบมนตร์อสูรเป็นครั้งแรก และการเปิดตัวอีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตคู่บุญของซีรีย์...เจ้า Moogle ตัวขาวอ้วนนั่นเอง

และสำหรับเวอร์ชันปรับปรุงใหม่นั้น แม้จะมีเสียงบ่นประปราย ถึงความช้าของตัวเกมส์ ความยากที่ลดลงมาก จำนวนศัตรูที่น้อยลง และฉากดันเจียนที่ดูเล็กไปถนัดตา เมื่อทำเป็นสามมิติ...แต่โดยภาพรวม สำหรับทั้งแฟนเก่าและแฟนใหม่แล้ว คงไม่มีใครเถียงว่า ทั้งสองเวอร์ชันนั้น..."สนุก"มากเพียงไร

ที่สำคัญที่สุด นี่เป็นภาคที่สองของซีรีย์ ที่ถูกยกมาทำเป็น "ภาษาไทย" สมบูรณ์แบบ โดยการนำ และการสนับสนุนของแฟนๆซีรีย์นี้ นับเป็นอีกก้าวที่น่าจดจำอย่างแท้จริง

...............

........................

...............................

Last Page's story - Balance the Two Force

บทสุดท้ายของการเดินทางไล่ตามเสียงเพรียกของคริสตัล นำทั้งสี่มาสู่ปากทางเข้าดินแดนแห่งความมืด...ภายใต้การช่วยเหลือของเหล่าสหายร่วมรบ
...พวกเขาและเธอ สามารถล้มซานเด้ลงได้ในที่สุด !!

...ทว่า แผนการณ์ขั้นสุดท้าย ไม่สามารถถูกยับยั้งได้...ม่านหมอกแห่งความมืดที่อยู่เหนือกาลเวลา "ดาร์ค คลาวด์" ก็ปรากฎตัวออกมา และหมายมั่นทำหน้าที่เพียงหนึ่งเดียวของมันให้บรรลุผล นั่นคือ...นำโลกทั้งใบ...กลับคืนสู่ความว่างเปล่า...

สู่สถานที่ซึ่ง แสงสว่าง ไม่อาจสาดประกายแสง...

สู่สถานที่ซึ่ง ความมืด ไม่อาจบดบังสิ่งใด...

"ผู้ถูกเลือก" ทั้ง 4...จำเป็นจะต้องเลือก"อนาคต"สุดท้ายของพวกเขา ณ ที่นี้เอง...



Closing comment

ถ้าจะว่ากันตามจริง...นี่เป็นไฟนอล แฟนตาซีภาคแรก ที่ผมเล่นแล้วรู้สึก"สนุก"อย่างมาก...ทั้งระบบ ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งเพลงประกอบ ทุกอย่างดูลงตัวในขอบเขตของมัน...แม้จะกลับไปเล่นเวอร์ชัน 8 bit อีกครั้ง ในตอนที่ก้าวสู่ยุค Blue-ray เช่นนี้ ผมก็ยังรู้สึกถึงความประทับใจเมื่อครั้งเก่าก่อนอยู่...

ถ้ามองจากตอนนี้ ผมไม่เถียงว่า ตัวเกมส์ทั้งสองเวอร์ชัน ยังมีจุดขาดๆเกินๆอยู่มาก ทั้งความยากง่าย ทั้งความลำบากในการเปลี่ยนอาชีพแต่ละครั้ง ทั้งจำนวนครั้งในการสุ่มเจอศัตรู ทั้งความเร็วในการเรียกฉากต่อสู้ ฯลฯ...อาจจะฟังดูแปลก แต่ผมก็คงต้องบอกว่า ทั้งสองเวอร์ชัน มีจุดดี และจุดด้อยที่ต่างกันชัดเจน ผมได้ความสนุกที่เป็นเอกลักษณ์จากทั้งคู่ และ...ยิ่งน่าแปลก ที่ผมไม่สามารถระบุได้เลยว่า ตำนานที่ถูกตีพิมพ์ต่างกัน 16 ปีนี้...เวอร์ชันไหน ที่ดีกว่ากัน !!

สิ่งหนึ่งที่พูดได้ชัดเจนก็คือ เสน่ห์แห่งการเดินทางไล่ตามชะตากรรมของตัวเอง ผ่านเสียงกระซิบที่แผ่วเบาของคริสตัลนั้น ยังคงความขลังของตัวมันเองอย่างครบถ้วน แม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหน...และภาคนี้เอง ที่ผมยกเป็นหนึ่งในมาสเตอร์พีชชิ้นสำคัญของซีรีย์ และภาคที่สนุกที่สุดของไตรภาคแรกครับ



แด่ความเพ้อฝัน ที่นำทางผู้ไขว่คว้าเส้นทางของตน



--Trace Memory...Trace Fantasy--

To be continued...Final Fantasy IV - กระจกสองด้าน ดาบสองปลาย และหัวใจสองเรา
Zieghart
จบตอนที่สามของบทความแล้วนะครับ ภาคนี้เป็นอีกภาคที่ผมชอบเล่น และดีใจมากๆเลย ที่ได้ยินข่าวรีเมคเมื่อครั้งกระนู้น...ถ้าจะบอกว่า เมื่อซักเกือบสองปีก่อน ผมหลับหูหลับตา ฟาด DS มา แค่เพราะอ่านข่าวเล็กๆของเกมส์ New Super Mario กับ Final Fantasy 3 นี้...ก็คงไม่ผิด ^^"

ตอนหน้าพบกับ Final Fantasy IV - The Contrary ก็เป็นการเข้าสู่ยุค SFC แล้วนะครับ แน่นอนว่า สำหรับคนที่เคยเล่น ก็คงระลึกถึงความ"น้ำเน่า" ที่เป็นเอกลักษณ์ และความเป็น"ไซไฟ" ที่น่าจดจำได้ดีจริงๆ

และที่สำคัญ เป็นการเตรียมรับการรีเมคอย่างเต็มรูปแบบ ที่กำลังจะมาถึงด้วย...อา แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว ชักจะรอปลายปีไม่ไหวแล้วสิเนี่ย...

>>ลิงค์บทความตอนที่สาม<<

ลิงค์เวปคุณ Kenghot หนึ่งในผู้ที่ทำให้ความฝันของแฟนๆไฟนอล กลายเป็นจริง
ArcherAi
รอชมภาค4ครับ ส่วนตัวชอบภาค 4 ทึ่สุด แต่ยังไม่เคยเล่นจบซักที - -a แปลก
Ryo
มารอภาค4นะครับ
akumaTG
ผมกำลังเล่น FF2 อยู่เลยครับ เดี๋ยวจะต่อด้วย 3 จากนั้น 4 ก็คงออกพอดี
Ace
ภาค 3 สมัย 8 bit สุดยอด ตำนานในดวงใจ ไม่มีภาคไหนเล่นได้อารมณ์ขนาดนี้แล้ว จะมีใกล้เคียงก็คงเป็นภาค 4 ที่การดำเนินเกมดีมากๆ success.gif
boysddsyob
ชอบภาค 5 อะ เล่นไป3รอบแล้ว อยากให้ทาลองทำใหม่ในds เอาภาษสวยแบบASH
จะทำได้ไหมนะ

นี่ๆๆๆ เดี๋ยวนี้เค้ามีfinal fantasyแบบค่อสู้แล้วนะ ไม่เชื่อไปดูสิ
http://www.gametrailers.com/player/usermovies/115884.html
น้องแก้มน่าใส
ไม่มีอะไร แค่อยากบอกว่า


Zieghart
บทความภาค 4 รออีกซักหน่อยนะครับ ช่วงนี้วุ่นมากจริงๆ จันทร์ - เสาร์ นี่ไม่มีเวลาเลย ถ้าว่างก็เอาไปนอนหมด แหะๆ

วันนี้เลยจะมาขัดตาทัพ ด้วยการขุดเอาบทความเก่าๆของเพื่อนผมคนหนึ่ง มาแปะไว้ด้วย คิดว่าเพื่อนๆน่าจะชอบครับ

หลายคนในเวปนี้ คงมีโอกาสได้อ่านมาบ้างแล้ว กับซีรีย์บทความชุด Final Fantasy in Depth อันนี้ เขียนโดยคุณหมอหนุ่ม แฟน FF วัย 20 กลางๆ นามว่า Highwind

ขอเชิญติดตาม....

------------------------------------------------------------------------------------------------------
Final Fantasy in Depth
By Highwind


ลิงค์หน้าหลักบทความ ตอน "ซิด"
( มีเพลงประกอบด้วย recommend !!! )


----------------------------------------------------------------------------------

เปิดตำนาน "ซิด" ตัวละครสำคัญในโลกไฟนอลแฟนตาซี

ถ้าจะถามแฟน ๆ เกมไฟนอลแฟนตาซี คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องมีชื่อของ"ซิด" (Cid) ได้รับการเสนอชื่อร่วมชิงชัยในฐานะเอกลักษณ์ของสุดยอดซีรีส์เกมภาษาเกมนี้ด้วยอย่างแ

น่นอน

ซิดปรากฏตัวครั้งแรกในไฟนอลแฟนตาซี 2 และจากนั้นก็มีส่วนร่วมมากบ้าง น้อยบ้างในไฟนอลแฟนตาซีภาคต่อ ๆ มาทุกภาค เขามักจะปรากฏตัวในฐานะชายผู้รอบรู้ หลงใหลคลั่งไคล้เครื่องยนตร์กลไกและศึกษาพวกมันอย่างชำนาญ จนสามารถให้คำแนะนำสำคัญ ๆ รวมทั้งสร้างสรรค์อุปกรณ์ล้ำสมัยมากมาย ซึ่งเรือเหาะ-สุดยอดพาหนะในฝันของโลกแฟนตาซีแห่งนี้-ก็ถูกคิดค้นโดยบุรุษผู้มากความสามารถผู้นี้นี่เอง

เรามาติดตามกันดูดีกว่าว่า เรื่องราวของซิดในแต่ละภาคนั้นเป็นอย่างไรก็บ้าง



--------------------------------------------------------------------------------


Final Fantasy I


ใน FFI เวอร์ชันดั้งเดิมไม่มีชื่อของซิดปรากฏอยู่เลย แต่สำหรับเวอร์ชัน "เหล้าเก่าในขวดใหม่" (Re-released) ของเครื่อง PS1 และ GBA สแควร์ได้เพิ่มเรื่องราวของเขาขึ้นมา โดยเราสามารถพบที่มาที่ไปของบุรุษนักประดิษฐ์คนนี้ได้ที่หมู่บ้านลูเฟเนีย (Lefenia)
ซึ่งตามเนื้อเรื่องแล้วซิดเป็นบรรพบุรุษชาวลูเฟเนียน (Lufenian) แห่งนี้นี่แหละ

และแน่นอนเขาคือผู้สร้างเรือเหาะแห่งตำนานที่เหล่าผู้กล้าค้นพบได้ในเกม


--------------------------------------------------------------------------------


Final Fantasy II




ซิดเปิดผับอยู่ที่เมืองพอฟต์ (Poft) และรับจ้างขับเรือเหาะรับส่งผู้คนระหว่างเมืองต่าง ๆ เขามีบทบาทสำคัญในการให้การช่วยเหลือเหล่าตัวเอกทำลาย "'Dreadnaught"-เรือรบของจักรวรรดิพาลาเมเกีย (Palamecia)



น่าเสียดายที่เขาต้องจบชีวิตลงเพราะบาดเจ็บจากพายุร้าย ก่อนตายเขาได้มอบเรือเหาะของเขาให้กับพวกตัวเอกเพื่อใช้ในการเดินทางต่อไป


--------------------------------------------------------------------------------


Final Fantasy III




"Cid Haze"-ตาแก่หนวดเฟิ้มที่ศึกษาการสร้างเรือเหาะจนเชี่ยวชาญ-เกิดที่หมู่บ้านคานาน (Canaan Village) เขาก้าวเข้ามามีบทบาทในเรื่องเพราะเส้นทางกลับบ้านถูกหินยักษ์ขวางกั้นทำให้ต้องติดอ
ยู่ที่หมู่บ้านคาร์ซัส (Karzus) ที่นี่ซิดถูกคำสาปของจินน์ (Jinn) ให้กลายเป็นผีเฝ้าโรงแรม โชคดีที่กลุ่มตัวเอกเดินทางมาพบเข้าและเดินทางไปกำจัดจินน์ถอนคำสาปได้สำเร็จ



หลังจากรอดพ้นจากคำสาป ช่างตีเหล็กประจำหมู่บ้านคาร์ซัสได้ปรับปรุงเรือเหาะของซิดให้สามารถขับชนทำลายหน้าผ
าที่ปิดเส้นทางสู่หมู่บ้านคานาน แม้ซิดจะสามารถกลับบ้านได้ แต่มันก็แลกมาด้วยการระเบิดของเรือเหาะลำแรกที่ผู้กล้าจะได้พบในเกม



เมื่อกลับถึงบ้าน ซิดพบว่าภรรยาล้มป่วยลง กลุ่มตัวเอกตัดสินใจใช้ Elixir-ยาอายุวัฒนะ-ช่วยชีวิตภรรยาของเขา ซิดตอบแทนน้ำใจของกลุ่มตัวเอกด้วยการเปิดห้องลับให้เหล่านักรบหัวหอมวัยกระเตาะเข้าไ

ปหยิบใช้ไอเทมในนั้นได้ตามต้องการ และยังแนะนำให้เหล่าผู้กล้าไปตามหากษัตริย์แห่งอาร์กาส-อาณาจักรที่เลื่องชื่อด้านเรือเหาะ-เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องพาหนะชนิดใหม่ที่จะมีประโยชน์กับการผจญภัยของพวกเขา



และแล้ว...ด้วย "Time Gear"-สมบัติที่สืบทอดกันมายาวนานแห่งอาณาจักรอาร์กาส (ว่ากันว่าสร้างโดย Ancients)-ซิดก็ได้ปรับปรุง "Enterprise" เรือเดินสมุทรของโจรสลัดให้สามารถบินได้

ในที่สุดกลุ่มตัวเอกก็ได้รับรู้ว่าโลกที่แท้จริงนั้นมันกว้างใหญ่แค่ไหน


--------------------------------------------------------------------------------


Final Fantasy IV




"Cid Pollendina" เกิดและอาศัยอยู่กับลูกสาวที่เมืองบารอน (Baron) เขาทำงานเป็นหัวหน้าวิศวกรประจำปราสาท ซิดนำความรู้ของชาวจันทรา (Lunarian) มาคิดค้นวิธีการสร้างเรือเหาะและเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังแสนยานุภาพอันน่าสะพรึงกลั
วของ "กองบินปีกโลหิต" (Red Wings) แห่งอาณาจักรนี้ เขารักและเอ็นดู "Cecil Harvey" ผู้บัญชาหน่วยรบปีกโลหิต-ตัวเอกของเรื่อง-เสมือนลูกแท้ ๆ ของตน และด้วยเหตุนี้ซิดจึงถูกจับเมื่อเซซิลตัดสินใจทรยศต่ออาณาจักร

หลังจากทราบถึงเหตุผลของการกระทำของเซซิลและสามารถหลบหนีออกมาได้ ซิดและ "Enterprise"-เรือเหาะของเขา-จึงเข้าต่อสู้กับความชั่วร้ายร่วมกับกลุ่มตัวเอก



สำหรับภาคนี้ บทบาทของซิดมีมีเพิ่มขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว เขามักจะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์แย่ ๆ ให้พวกตัวเอกเสมอ ๆ เข้าทำนอง "คิดอะไรไม่ออก...ต้องบอกซิด" ผมล่ะอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าถ้าไม่มีซิดคนนี้ โลกคงไม่ได้กลับคืนสู่ความสงบสุขเป็นแน่


ด้วยความที่เป็นคนบ้างานจนไม่คำนึงถึงสุขภาพ ซิดจึงมักทำให้ลูกสาวและบรรดาเพื่อน ๆ ของเขาเป็นห่วงอยู่เสมอ ตัวอย่างวีรกรรมห่าม ๆ ของเขาได้แก่

- ขับเรือเหาะเอนเทอร์ไพรส์ ที่สภาพแย่สุด ๆ จากโลกใต้บาดาลกลับบ้านเพื่อไปซ่อมแซมและพัฒนาให้มันบินข้ามทะเลลาวาได้
- กระโดดลงจากเรือเหาะโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เพื่อระเบิดพลีชีพปิดทางไม่ให้พวกทหารของบารอนตามกลุ่มตัวเอกได้
- มองการณ์ไกลถึงขนาดบอกลูกน้องล่วงหน้าให้ช่วยติดตั้งแขนจับเรือโฮเวอร์คราฟต์ให้กับเ

รือเหาะ
- รอดชีวิตอย่างปาฏิหารย์ เมื่อตัวเอกไปพบเข้าซิดก็อุตส่าห์ลุกจากเตียงทั้ง ๆ ที่บาดเจ็บสาหัสเพื่อช่วยปรับแต่งเรือเหาะฟาลค่อน (Falcon) ให้สามารถบินข้ามทะเลแมกม่าได้
- ฝืนสังขารอีกครั้งเพื่อปรับปรุงฟาลค่อนอีกรอบ ติดตั้งหัวสว่านเข้าที่เรือเหาะทำให้สามารถเจาะทะลุพื้น นำเหล่าตัวเอกกลับสู่พื้นดิน

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ตัวละครคนนี้ได้กลายมาเป็นหนึ่งในกำลังรบที่ผู้เล่นสามา

รถเลือกใช้ อาวุธคู่ใจของเขาคือค้อนและขวานซึ่งมีพลังโจมตีสูง แต่ต้องระวังตรงที่ซิดไม่สามารถถือโล่ได้ (เพราะใช้อาวุธที่ถือ 2 มือ) ทำให้พลังป้องกันไม่สูงมาก เขามีอบิลิตี้เรียนรู้ (Study) เข้ามาทดแทนเวทมนต์ Scan ของจอมเวทมนต์ขาวที่ต้องใช้ MP

สำหรับคนที่รู้สึกว่ามีโอกาสใช้ซิดน้อยไปในเวอร์ชันดั้งเดิมนั้น Final Fantasy IV Advance คุณจะมีโอกาสได้ใช้ซิดอีกครั้งในช่วงท้ายเกมพร้อมกับอาวุธสุดยอดของเขา "Fiery Hammer"


--------------------------------------------------------------------------------
Ryo
นึกว่าจะไม่มาต่อซะแล้ว

ยังรอภาค4อยู่นะครับ victory.gif
Zieghart
Final Fantasy V




"Cid Previa" ชายชราจากเมืองคาร์นัค (Karnak) ศึกษาเรื่องราวของ "คริสตัล"-แก้วผลึกที่มีพลังจากธรรมชาติทั้ง 4 ธาตุ-จนสามารถคิดค้นเครื่องมือที่ดึงเอาพลังงานจากคริสตัลมาใช้ แต่การกระทำดังกล่าวกลับเป็นการทำลายหินวิเศษลง ส่งผลให้ความสมดุลของธรรมชาติพังทลาย โลกใกล้ถึงคราวดับสูญ

ซิดตัดสินใจจะหยุดเครื่องจักรทั้งหมดที่คาร์นัคทันทีที่รู้ว่าคริสตัลของเมือง Tycoon และ Worus ต้องแตกสลายไป แต่เขาถูกจับเสียก่อนและทำให้ได้พบกับกลุ่มตัวเอก เมื่อทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกันซิดจึงออกเดินทางไปกับเหล่าผู้กล้าเพื่อหยุดยั้งหายน
ะของโลก
น่าเสียดายที่ความพยายามของซิดไม่เป็นผล คริสตัลก้อนสุดท้ายได้ถูกทำลายไป เขาเสียใจอย่างมากถึงขั้นยอมแพ้ คำพูดของ "มิด" (Mid)-หลานของเขา-ได้เตือนสติและทำให้เขากลับมาเป็นซิดคุณตาผู้ไม่เคยย่นย่อต่ออุปสรรคคนเดิม



ซิดในภาคนี้คือนักปราชญ์ผู้ฉลาดปราดเปรื่อง เขาและมิดมักจะใช้เวลาอยู่ที่ห้องสมุดโบราณ (Ancient Libraly) ที่เต็มไปด้วยหนังสือนานาชนิด คอยให้คำปรึกษาแก่ตัวเอกในเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญพวกเขาช่วยกันค้นหาเรือเหาะโบราณที่หลับไหลอยู่เป็นเวลาอันยาวนานและซ่อมแซม
มันจนใช้การได้อีกครั้ง ในตอนท้ายของเกมซิดได้พัฒนาเรือเหาะให้สามารถดำน้ำได้อีกด้วย


--------------------------------------------------------------------------------


Final Fantasy VI




"Cid del Norte Marguez"-หัวหน้าทีมวิจัยเรื่องมนต์อสูร (Esper) ณ จักรวรรดิกัสโทร่า (Gestahl)-เป็นอีกครั้งที่ความรู้ของซิดถูกทำไปใช้ในทางที่ผิด เพราะการค้นพบของเขาที่ทำให้มนุษย์สามารถดึงเอาพลังจากมนต์อสูรมาใช้ จนต่อมาสามารถพัฒนาเป็นหุ่นยนต์เวทมนต์ (Magitek) นั้น ส่งผลให้อาณาจักรกัสโทร่ามีกำลังทหารที่เข้มแข็ง ทำสงครามขยายอาณาจักร และนำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนทุกหย่อมหญ้า

เมื่อความสามารถของตนทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ ซิดจึงเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านจักรวรรดิ (The Returners) และกลายมาเป็นไม้เบื่อไม้เมาของจักรวรรดิเรื่อยมา



หลังเหตุการณ์โลกถล่มจากฝีมือเคฟก้า (Kefka) ซิดพบตัวเองอยู่ที่เกาะร้างพร้อมกับเซเลส เชียร์ (Celes Chere)-อดีตขุนพลหญิงแห่งจักรวรรดิ-ผู้ซึ่งซิดรักเธอเหมือนลูกสาว เธอบาดเจ็บอย่างหนักจากเหตุการณ์ณ์ดังกล่าว ซิดเองก็บาดเจ็บไม่น้อยแต่ก็คอยดูแลเธอตลอด 1 ปีเต็มจนเธอฟื้นคืนสติ สุขภาพของเขาแย่ลงอย่างมากหลังจากเซเลสหายป่วย ช่วงนี้ผู้เล่นจะได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่เป็นนางพยาบาลรักษาอาการป่วยของเขา ซิดจะเสียชีวิตหรือหายจากอาการบาดเจ็บแล้วเดินทางกลับสู่แผ่นดินใหญ่พร้อมกับเซเลส..
.

ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วล่ะครับ


--------------------------------------------------------------------------------


Final Fantasy VII




"Cid Highwind" เกิดและเติบโตที่ Rocket Town ชายผู้มีความฝันตั้งแต่เด็กว่าจะเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ขึ้นไปสำรวจอวกาศ เขาศึกษาเรื่องเครื่องยนต์กลไกลจนชำนาญเพื่อการเป็นสุดยอดนักบิน ความฝันของเขาเกือบจะเป็นจริงในยุคที่บริษัทชินระ (Shinra Company) ยังมองว่าโครงการด้านอวกาศเป็นสิ่งที่คุ้มค่า และได้กำหนดให้เขาเป็นนักบินประจำ Shinra No.26-จรวดรุ่นทดสอบเครื่องแรกที่เสร็จสมบูรณ์-แต่แล้วขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี จรวดกำลังจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซิดพบว่าชีร่า (Shera)-วิศวกรสาว-ยังคงตรวจความเรียบร้อยของถังออกซิเจนอยู่ภายในห้องเครื่องยนต์
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตัดสินใจยกเลิกการปล่อยตัวจรวดเพื่อช่วยชีวิตผู้ช่วยของเ
ขา การปล่อยจรวดต้องเลื่อนออกไปอีกหกเดือน ต่อมาเมื่อชินระพบว่าพลังงานมาโค่ (Mako) เป็นสิ่งที่สร้างกำไรได้มากกว่า โครงการอวกาศก็ถูกพับเก็บไปพร้อม ๆ กับความฝันของซิดที่ต้องพังทลายลงไปด้วย

ซิดโทษชีร่าว่าเป็นต้นเหตุ หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ชีร่าจึงอุทิศชีวิตของเธอทำตามคำสั่งซิดเพื่อชดใช้ความผิดที่เ
ธอได้ก่อขึ้นและหวังว่าสักวันซิดจะยกโทษให้เธอ

ซิดเข้ามามีบทบาทในเรื่องเมื่อตอนที่กลุ่มตัวเอกได้เดินทางมาถึง Rocket Town และเห็นเครื่องบินไทนี่บรองโก้ (Tiny Bronco) โดยบังเอิญ จึงไปขอยืมจากซิดผู้เป็นเจ้าของ และเป็นเวลาเดียวกับที่บริษัทชินระ-ซึ่งต้องการไทนี่บรองโก้เช่นกัน-ส่งพนักงานมาขโมยเครื่องบินสุดรักของซิด จึงเกิดการต่อสู้ขึ้น คลาวด์และพรรคพวกอาศัยช่วงเหตุณ์การชุลมุนขึ้นไทนี่บรองโก้เพื่อหลบหนี ซิดเองก็กระโดดขึ้นมาด้วย และเนื่องจากไม่มีที่ไปซิดจึงตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มกับพวกตัวเอก

แม้จะมีลักษณะภายนอกที่เป็นคนมุทะลุ ขี้โมโห กักขฬะ หยาบคาย แถมยังเข้ากลุ่มมาแบบตกกระไดพลอยโจร แต่จริง ๆ แล้ววิศวกรอัจฉริยะผู้นี้กลับเป็นคนที่จริงใจ พึ่งพาได้ มีความเป็นผู้นำ

เขาจึงได้รับการยอมรับจากเพื่อนในกลุ่มและได้รับโหวตให้เป็นผู้นำของกลุ่มระหว่างที่
คลาวด์กำลังตกอยู่ในภวังค์ไม่ได้สติ

ที่สำคัญเป็นตัวละครคนเดียวในกลุ่มที่วินเซนต์ยอมนอนร่วมห้องด้วย!!!



ในช่วงท้ายของเกมบริษัทชินระได้นำ Shira No.26 มาบรรจุฮิวจ์มาทีเรีย (Hugh Materia) และยิงขึ้นไปหมายจะทำลายเมเทโอ-อุกกาบาตยักษ์ที่กำลังจะพุ่งชนโลก-แต่การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการทำลายความฝันของซิดแล้ว ยังไม่มีประโยชน์และทำให้ฮิวจ์มาทีเรีย-อันเป็นอีกหนึ่งหนทางสำคัญในการช่วยเหลือโลกจากหายนะ-สูญสลายไปอีกด้วย ซิดและพรรคพวกจึงต้องขึ้นไปหยุดยั้งแผนการครั้งนี้

ขณะที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนและซิดกำลังจะหลบหนีออกมาจากจรวดนั้น ถังออกซิเจนก็ระเบิดมาทับขาของเขา บุรุษเลือดร้อนคนนี้จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเหตุการณ์ในอดีตคราวนั้นชีร่าได้ช่วยชีว
ิตของเขาเอาไว้จากการถูกระเบิดกลางอวกาศ ขณะที่ซิดกำลังสิ้นหวัง ผู้ช่วยสาวของเขาก็ปรากฏตัวออกมาและช่วยชีวิตของซิดอีกครั้ง ทั้งหมดสามารถหนีออกมาโดยยานกู้ชีพ

ซิดกล่าวขอโทษชีร่า พร้อมกับนั่งมองห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง-ความฝันอันยาวนานของเขา-ที่เพิ่งกลายเป็นความจริง



ด้วยอาวุธที่ใช้คือหอก และมี Limit Break บางท่าเกี่ยวข้องกับการกระโดดและมังกรได้แก่ Boost jump, Hyper jump, Dragon และ Dragon drive อีกทั้งนามสกุล Highwind ของเขาก็ตรงกับนามสกุลของ Richard (FFII : Dawn of Souls) และ Kain (FFIV) ซึ่งทั้งคู่เป็น Dragoon ดังนั้นถ้าอิงตามอาชีพ (Class) ดั้งเดิมในโลกของไฟนอลแฟนตาซีแล้วเราจะสามารถจัดอาชีพของซิดไว้เป็น Dragoon นั่นเอง

ซิดในภาคนี้จัดเป็นตัวละครที่ไว้วางใจได้คนหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากความเท่สไตล์คุณลุงแล้ว ลิมิตเบครสุดยอดของเขา-Highwind-ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร และมักจะสร้างพลังทำลายอันมหาศาลให้เหล่าศัตรูอยู่เสมอ นอกจากนี้ขณะแข่งโจโคโบะที่สวนสนุกโกลด์ซอร์เซอร์ (Gold Saucer) ถ้าซิดอยากขอโอกาสแสดงฝีมือบ้างก็อย่าไปขัดใจเขานะครับ แล้วเราจะรู้ว่านอกจากจะบังคับเครื่องบินเก่งแล้ว ลีลาการขี่โจโคโบะของเขาก็เก่งไม่หยอกเหมือนกัน (ถ้าโจโคโบะของคุณเร็วพอ)

แม้ในตอนจบของเกมเรือเหาะไฮวินด์จะถูกทำลาย แต่ใน FFVII: AC ซิดกลับมาพร้อมกับเรือเหาะลำใหม่ที่ชื่อว่า "Sierra" เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ชีร่า "ภรรยา" ของเขา



Cid Highwind ได้ไปปรากฏตัวอยู่ในโลกของ Kingdom Heart เกม Action-RPG ชื่อดังของ Square ด้วย เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับ "Hollow Bastion" บ้านเกิดของเขา เขาจึงใช้ความรู้เรื่องเครื่องยนต์สร้าง Gummi Ship แล้วหลบหนีมาที่เมือง Traverse Town พร้อมกับ Leon, Yuffie และ Aerith

บทบาทของซิดใน KH นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Gummi Ship เขาคอยให้คำแนะนำและขายชิ้นส่วนต่าง ๆ ของยานให้แก่เรา

--------------------------------------------------------------------------------
Zieghart
Final Fantasy VIII




ในอดีต "Cid Kramer" คือผู้ชายใจดี เขาอาศัยอยู่กับอีเดีย "Edea"-ภรรยาของตน-ด้วยชีวิตที่เรียบง่าย คอยดูแลเด็กกำพร้าจากที่ต่าง ๆ อยู่ที่บ้านริมชายทะเลอันเงียบสงบ
แต่โชคชะตากลับเล่นตลกกับพวกเขาทั้งสองเมื่อแม่มดอัลติมีเซีย (Ultimecia) ได้ย้อนเวลากลับมายังสถานที่แห่งนี้ อัลติมีเซียซึ่งบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับผู้กล้าในอนาคตได้ถ่ายทอดพลังอันชั่วร้า
ยไปให้กับอีเดียเพื่อรอคอยวันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ชายปริศนาซึ่งต่อสู้กับอัลติมีเซียก็เดินทางมายังอดีตเช่นกัน เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดรวมทั้งที่เกี่ยวกับบาลามบ์การ์เดน (Balamb Garden) และกองกำลังพิเศษ (SeeD)-ที่ถูกก่อตั้งขึ้นในอนาคตเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากแม่มด-ให้สองสามีภรรยาฟังแล้วเดินทางกลับโลกของตน เมื่อเหตุการณ์ทั้งหลายกระจ่างชัด อีเดียจึงรับรู้ได้ว่าเหลือเวลาอีกไม่นานที่ร่างกายของเธอจะถูกพลังของอัลติมีเซียเข
้าครอบงำ เธอและซิดตัดสินใจที่จะก่อตั้งกองกำลังพิเศษตามคำบอกเล่าของชายปริศนาขึ้นมาเพื่อรับ
มือกับหายนะของโลกที่กำลังจะมาถึง

ซิดออกเดินทางเพื่อรวบรวมเงินทุนและหาผู้สนับสนุน ในที่สุดที่หลบภัยทั้ง 3 แห่งบนทวีปเซนทร่า (Centra) ก็ได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นการ์เดน 3 หลัง มีชื่อตามสถานที่ตั้งได้แก่ Balamb, Galbadia และ Trabia Garden โดยซิดรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการของบาลามบ์การ์เด้น



ว่ากันตามตรงแล้วซิดในภาคนี้มีภาพลักษณ์ที่ผิดไปจากซิดในไฟนอลภาคก่อน ๆ ค่อนข้างมาก เขาสุภาพ อ่อนโยนและอ่อนแอเกินกว่าจะมาเป็นผู้อำนวยการของการ์เดน-ศูนย์ฝึกการสู้รบ-ขณะเกิดความแตกแยกในการ์เด้นเขากลับหนีไปซ่อนตัว และเมื่อการต่อสู่ระหว่าง SeeDs กับแม่มดกำลังเข้าสู่จุดวิกฤตเขากลับไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวจะเป็นการทำร้ายอีเดีย
คนรักของเขา อีกทั้งโยนภาระทั้งหมดมาให้สคอลอีกด้วย

ซิด เครเมอร์ไม่ใช่ชายผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ หรือเป็นวิศวกรอัจฉริยะถึงขนาดสร้างเรือเหาะ อย่างไรก็ตามเขาก็ศึกษาพื้นฐานโครงสร้างของการ์เด้นมากพอที่จะรู้ว่ามันสามารถบินได้
และทำให้บาลามบ์การ์เด้นสามารถรอดพ้นการถูกทำลายด้วยมิสไซล์ไปได้อย่างเฉียดฉิว

แม้ผู้อำนายการโรงเรียนคนนี้ไม่ได้ชื่นชอบการเล่นการ์ดเกมมากนัก แต่เขากลับมีการ์ดหายากอยู่ในมือ หากท่านไม่อยากพลาดการ์ดไซเฟอร์ อย่าลืมท้ามาสเตอร์ซิดเพื่อเล่นการ์ดเกมด้วยนะครับ


--------------------------------------------------------------------------------


Final Fantasy IX




"Cid Fabool IX" ผู้ปกครองนครรัฐลินด์บลูม (Lindblum) เป็นเพื่อสนิทกับพ่อของเจ้าหญิงการ์เน็ต (Princess Garnet) แห่งอเล็กซานเดรีย (Alexandria) เธอรักและเคารพ "ลุง" ซิดเป็นอย่างมาก

ซิดเป็นคนฉลาดรอบคอบ เมื่อราชินีบราฮ์เน่ (Queen Brahne) นำกองทัพของอเล็กซานเดรียรุกรานอาณาจักรรอบข้าง เขาจึงวางแผนให้กลุ่มทันทาลัส (Tantalus) ช่วยเหลือเจ้าหญิงการ์เนตโดยแสร้งทำเป็นการลักพาตัวเพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาธระหว่าง 2 อาณาจักร นอกจากนี้เขานำความรู้ทางด้านเครื่องยนต์และเรือเหาะมาพัฒนาประเทศ ทำให้นครลินด์บลูมเจริญรุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว



เพราะความเจ้าชู้ แอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับสาวในบาร์ ทำให้ซิดถูกฮิลด้า (Hilda)-ภรรยาของเขาและเป็นจอมเวทย์มือขมัง-สาปให้กลายเป็น "Oglop"-สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายแมลง-เธอจากไปพร้อมกับขับเรือเหาะฮิลด้าการ์เด้ 1 (Hilda Garde I) แห่งความภาคภูมิใจที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาด ๆ ไปด้วย

แต่ความโชคร้ายของซิดยังไม่หมดแค่นั้น ด้วยความหวังดีแบบโง่ ๆ ของซีดาน (Zidane)-ที่อยากหาทางแก้คำสาปให้ซิด-กลับทำให้เขาเปลี่ยนจากแมลงกลายเป็นกบ (ระวังควีน่าไว้ให้ดี ๆ) ซึ่งส่งผลต่อการผจญภัยของตัวเอกเป็นอย่างมาก เพราะความยอดเยี่ยมและอัจฉริยภาพของเขาต้องหมดไปเมื่ออยู๋ในร่างของกบ ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นกับ Hilda Garde II จนไม่สามารถใช้ในการผจญภัยได้



ในช่วงท้ายของเกมเมื่อซิดตามไปพบฮิลด้าที่ถูกคุจา (Kuja) จับตัวไว้ เธอได้คลายคำสาปให้ซิดหลังจากที่เขาสัญญากับเธอว่าจะเลิกเป็นคนเจ้าชู้ และในที่สุดเขาก็สร้าง Hilda Gerden III ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด และกลายมเป็นกำลังสำคัญที่กลุ่มตัวเอกใช้ในการเดินทางตามล่าคุจาและเรียกความสงบสุขก
ลับคืนมาสู่โลกได้ในที่สุด


--------------------------------------------------------------------------------


Final Fantasy X




Cid หัวหน้าของอัลเบด (Al Bhed) ซิดมีลูกชายคนโตชื่อบราเธอร์ (Brother) และลูกสาวคนเล็กชื่อริคคุ (Rikku) และยังเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของแม่ของยูน่า (Yuna) นางเอกของเรื่อง และแม้จะไม่เคยพบหน้ากันแต่ลุงซิดก็ห่วงหลานสาวของตนไม่น้อยเลยทีเดียว

เอกลักษณ์ของซิดภาคนี้อยู่ที่เป็นชายรูปร่างแข็งแรงกำยำ หัวล้านโป๊งเหน่ง พูดจาเสียงดังโผงผาง นิสัยโดยรวมแล้วเป็นคนกล้าตัดสินใจ เข้มแข็งและยึดมั่นในหลักการของตน



อัลเบดเป็นชนเผ่าที่ยึดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์จึงไม่เชื่อฟังคำสอนของลัทธิเยวอน (Yevon) ที่ห้ามใช้เครื่องจักรทุกชนิด ซิดเองก็มองว่าการเดินทางแสวงบุญ (Pilgrimage) เพื่อปราบซิน (Sin) เป็นสิ่งไร้ค่า เขาจึงวางแผนลักพาตัวยูน่าและซัมมอนเนอร์ (Summoner) คนอื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นเดินทางไปสู่ความตายที่ไร้เหตุผล

เรือเหาะในไฟนอลภาคนี้เป็นเรือเหาะโบราณ ที่ซิดค้นพบขึ้นและนำมาซ่อมแซมยกเครื่องมันใหม่ไม่เพียงแต่ใช้การได้ ยังใหญ่โต หรูหราทันสมัย แถมยังติดตั้งมิสไซร์และปืนใหญ่เลเซอร์ไว้อีกด้วย ซิดขนานนามเรือเหาะลำนี้ว่า "Fahrenheit"


--------------------------------------------------------------------------------
Zieghart
บทความนี้ แม้จะเก่าไปซักหน่อย แต่ก็เขียนได้น่าสนใจ และได้อารมณ์ยียวนของเจ้าตัวดีมากครับ หวังว่าเพื่อนๆจะสนใจกัน ^^

ขอบคุณเพื่อนๆที่ตามอ่านบทความ ทั้งที่ตอบและไม่ได้ตอบกระทู้นะครับ ภาค 4 อีกไม่นานเกินรอ หุหุ


ปล. ผมมีปัญหากับการจัดบรรทัดเวลาตอบในเวปไทยนินมากเลยครับ? ไม่รู้ทำไม เวลาลากบทความมาแปะเป็นปื้ดๆแบบนี้ บรรทัดและการแบ่งวรรคคำ มันต้องมั่วสุดๆทุกที จัดกันเหนือ่ยเลยทีเดียว ==" ผมใช้ IE พิมพ์ ไม่ทราบท่านอื่นเคยมีปัญหาแบบนี้มั๊ยครับ?
jojojojo
โห ทำไมมันลำลึกเยี่ยงนี้ นับถือๆ boythank.gif
พึ่งรู้นะเนี่ยว่าเรือเหาะในไฟนอล10ชื่อ fahrenheit นี้เองไม่มีชื่ออยู่ซะนาน 555 chuckle.gif
Zieghart
ขอบคุณทุกคนที่ชอบนะครับ ^^

ภาค 4 กะลังพิมพ์เล่นอยู่เลย เพลินดีจริงๆ...คิดว่าซักพักก็จะเอามาแปะได้แล้วครับ...

....ถ้าทำงานแล้วมีความสุขอย่างนี้ก็ดีสิตรู =="

พอย้ายมาเครื่อง SFC แล้ว รู้สึกเลยว่า เนื้อหาและบรรยากาศของเกมส์มันอัพไปอีกขั้นอย่างสุดติ่งจริงๆครับ บอกไว้ก่อนเลยว่า...ยาว...มาก...มาก

รออ่านนะครับ ^^
books
รอจ้า bigeye.gif
Azwraith
อ่านแล้วเ้พลินดีจริงๆครับ ใช้ภาษาได้เก่งมากๆ ยังไงก็จะรออ่านภาค 4 ครับ
Ryo
รอมานาน เราเฝ้ารอมานาน
Zieghart
อา...จริงๆเสร็จซักพักแล้ว แต่ลืมเอามาแปะเวปนี้ครับผม ^^" ขออำภัยอย่างสุดซึ้ง...
ตอนที่ 4 มาแล้ว ยาวมากทีเดียว แต่คิดว่า แฟนๆภาคนี้น่าจะมีไม่น้อย และเนื้อเรื่องก็ดีมากซะด้วย ผมคนนึงล่ะ ที่ใจจดใจจ่อ รอจะเล่นภาค DS ปลายปีนี้ หุหุ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

.

One born of a dragon bearing darkness and light. Shall rise to the heavens over the still lands

~ Mysidian legend ~


.



Final Fantay IV - The Contrary กระจกสองด้าน ดาบสองปลาย และหัวใจสองเรา

Prologue

ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว...อารยธรรมบนดาวเคราะห์น้อยที่แสนห่างไกล ได้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความเจริญถึงขีดสุด และกำลังก้าวเข้าสู่ความล่มสลายตามวัฏจักรแห่งชีวิต...

ชนทั้งผอง ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากอพยพย้ายถิ่น เพื่อหาที่ลงหลักปักฐานใหม่...ด้วยเทคโนโลยีที่แสนก้าวไกล ทำให้พวกเขาใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนจะมาค้นพบสถานที่ซึ่งเหมาะสมยิ่ง ที่จะเป็นสวรรค์แห่งใหม่ของพวกตน...ดาวเคราะห์สีฟ้าสด ซึ่งถูกขนานนามว่า "โลก" นั่นเอง

แต่น่าเสียดาย ที่บนโลกแห่งนั้น กลับมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก อาศัยอยู่ก่อนแล้ว และต่างกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญ ที่จะวิวัฒนาการสู่ความก้าวหน้าในภายหลัง

ด้วยความเป็นสิ่งมีชีวิตที่รักสันติและทรงภูมิปัญญา...ผองชนแห่งอารยธรรมที่ดับสูญนั
้น ต่างคาดหวังว่า ในท้ายที่สุด สิ่งมีชีวิตบนโลกสีฟ้า จะเติบโตขึ้นจนทัดเทียมพวกตน ทั้งทางความคิดและจิตวิญญาณ...หากถึงตอนนั้น ทั้งสองเผ่าพันธ์ ก็คงจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ...ตัดสินใจได้แล้ว พวกเขาก็ลงหลักปักฐานบนดวงจันทร์ที่สร้างขึ้นวนเวียนอยู่รอบโลกแทน และเข้าสู่ภาวะจำศีลเป็นเวลาเนิ่นนาน เพื่อรอคอยวันแห่งโชคชะตานั้น...อย่างเงียบงัน

...เมื่อเวลาผ่านไป "ชนเผ่าจันทรา" - ลูนาเรียน (Lunarian) นี้ ก็กลายเพียงแค่เรื่องเล่าขาน ที่ถูกถ่ายทอดจากปากสู่ปากเพียงเท่านั้น...



Incomplete slumber

...ทว่า หนึ่งในชนเผ่าจันทรานั้น กลับมีคนผู้หนึ่ง ที่มิยอมจะเสียเวลาเฝ้ารออย่างไร้ความหมาย และลดตัวไปอยู่ระดับเดียวกับชาวโลกผู้ต่ำต้อย...นามนั้นคือ "เซมุส" (Zemus) ผู้ยืนยันเสียงแข็ง จะปลุกสุดยอดอาวุธทำลายล้าง "หุ่นยนตร์ยักษ์แห่งบาเบล" ขึ้นมา หมายจะกวาดล้างชีวิตบนดาวเคราะห์สีฟ้าให้พินาศ เหลือเพียงซากศพ และผืนดินให้แก่ชนเผ่าของตนเท่านั้น...

เคราะห์ดี ที่สองพี่น้อง ผู้พิทักษ์แห่งลูนาเรียน นาม "ฟุซูยะ" (FuSoYa)และ "คุลูยะ" (KluYa)ได้จัดการผนึกเซมุสที่กำลังบ้าคลั่ง ให้เข้าสู่ภาวะจำศีลได้ในที่สุด...

ฟุซูยะจอมปราชญ์ รับหน้าที่เฝ้ารักษาร่างของเหล่าลูนาเรียนทั้งผอง เพื่อให้แน่ใจว่า เมื่อถึงคราวที่เพื่อนพ้องลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง จะได้พบกับโลกแห่งความฝันที่แท้จริง

คุลูยะผู้รักอิสระ ตัดสินใจมาใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์เพียงลำพัง ทั้งถ่ายทอดความรู้ และพัฒนาดวงดาวให้ก้าวหน้า ก่อนที่จะเสียชีวิตลง...ไม่นานนัก หลังจากได้ทิ้งทายาทสองคนไว้กับสตรีชาวโลก คนรักของตน

แล้วเซมุสผู้จองหองเล่า ?...หลังจากที่ถูกบีบให้อยู่ในภาวะจำศีล...สิ่งที่ยังคงพุ่งพล่านอยู่ ก็มีเพียงจิตวิญญาณอันดำมืด ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทาง ให้ความปรารถนาแต่ครั้งก่อนของตนเป็นความจริง...ทำลายทุกชีวิต สร้างสวรรค์ของพวกตน...

...แล้วเวลาก็ผ่านพ้นไป...



Trembling Pride

เซซิล ฮาร์วีย์ ยอดอัศวินดำฝีมือฉกาจแห่งประเทศมหาอำนาจ บารอน...ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำกองกำลังทางอากาศเพียงหนึ่งเดียวบนพื้นพิภพ..." กองพันปีกแดง" - Red Wings...ด้วยเพลงดาบแห่งความมืดที่แข็งแกร่ง และด้วยแสนยานุภาพทางอากาศที่ไม่มีใครทัดเทียมได้...เซซิล ภายใต้คำสั่งของราชาแห่งบารอน ผู้เลี้ยงดูตนมาตั้งแต่ยังเล็ก...ก็นำทัพพิชิตเหนือใต้อย่างเกรียงไกร...

หากแต่เพียงว่า ระยะหลังมานี้ ความภาคภูมิใจของเขา กลับค่อยๆสั่นคลอนไปทีละน้อย...เมื่อได้เข่นฆ่าผู้คนมากเข้า และถึงขั้นช่วงชิงสมบัติชิ้นสำคัญอย่าง "คริสตัล " มาจากประชาชนที่ไม่มีทางสู้แล้ว...ตัวเขาก็ได้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองเป็นครั้งแรก


ว่า...สิ่งที่ตนกระทำ เป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงหรือ? การมุ่งมั่นทำตามคำสั่งผู้มีพระคุณ สำคัญกว่าน้ำหนักของชีวิตของคนอื่นจริงรึไม่?

ดาบที่กำแน่นอยู่ในมือ ลูกน้องที่อยู่ในสังกัด และกองทัพที่อยู่ใต้ปกครอง...ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ น่าจะมีค่า มีศักดิ์ศรี มากเกินกว่าจะถูกลากเข้ามา กระโจนลงสู่ก้นบึ้งแห่งความรู้สึกผิดของตัวเขาเอง...

ทุกครั้งที่ได้รับฟังคำปลอบโยนจาก ซิด - ยอดวิศวกรผู้พัฒนาเรือเหาะ ซึ่งรักและเลี้ยงดูตัวเขาเหมือนเป็นลูกแท้ๆ...

ทุกครั้งที่ได้รับความมุ่งมั่นจาก ไคน์ - อัศวินมังกรฝีมือฉมัง สหายคนสนิท อีกเสี้ยวของชีวิตที่แสนสำคัญ...

และทุกครั้งที่ได้มองเห็นถึงความห่วงใยที่สะท้อนในแววตาของ โรซ่า - จอมเวทย์ขาวผู้อ่อนโยน คนรักที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้...

เมื่อนั้น...หัวใจที่ควรจะหยาบกร้านของเขา ก็พลันสั่นไหวอย่างรุนแรง...

เมื่อนั้น...แม้อัศวินดำ ผู้กวัดแกว่งเพลงดาบแห่งความมืด ก็พลันหวาดกลัวความชั่วร้าย ที่กำลังจะเกาะกุมตัวตนของเขาเอง !!

Zieghart
Contrast in Harmony

ภายหลังภารกิจกวาดล้างหมู่บ้านนักเรียกอสูรอันสุดจะทานทน...เซซิลและไคน์ ตัดสินใจที่จะยึดมั่นคุณธรรรมของตนเอง พวกเขาหันดาบเข้าใส่อาณาจักรบารอน...เตรียมใจที่จะต่อสู้กับผู้ที่เลี้ยงดูพวกเขามา.
..แต่เหตุการณ์กลับพลิกไปอีกทางหนึ่ง เมื่อจอมเวทย์ลึกลับ นามว่า กอลเบซ (Golbez) ปรากฎตัวขึ้นมา รับผิดชอบกองพันปีกแดงต่อจากเขา...และเริ่มแผนการ บุกรุกขยายอำนาจ ช่วงชิงก้อนคริสตัลแห่งธาตุอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง

ด้วยความเชื่อมั่นว่า บุรุษผู้ชั่วร้ายนี้ ต้องอยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงของอาณาจักรบารอน และด้วยความใคร่รู้ อยากจะเข้าถึงความสำคัญที่แท้จริงเบื้องหลังก้อนคริสตัล...เซซิลตัดสินใจ ไล่ตามปกป้องคริสตัลทั้ง 4 ก่อนที่สิ่งเลวร้ายใดๆจะเกิดขึ้น

ชีวิตของอัศวินดำไม่ได้ง่ายดายเลย หลังจากกระจัดกระจายจนต้องแยกจากเพื่อนพ้อง...ตลอดการเดินทาง ตัวเขาต้องสูญเสียสหายศึกไปมากมาย...ทั้งได้พบเจอ...ทั้งได้ลาจาก และน่าเศร้านัก ที่คนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าชาย นักรบ นักปราชญ์ รึกระทั่งเด็กน้อย...ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับหายนะจากการไล่ตามคริสตัล ที่ตัวเขาเป็นผู้เริ่มก้าวแรกนั่นเอง

ไม่นานเกินรอ...การเผชิญหน้ากับยอดจอมเวทย์ กอลเบซ ก็มาถึง...การโจมตีใดๆก็ไม่อาจเอาชนะอมนุษย์ตนนี้ได้เลย...ยังมิต้องกล่าวถึงอสูรกายแห่งธาตุทั้งสี่ (Elemental Lords) ที่อยู่ข้างกาย และมือขวาคนสนิทของกอลเบซ...อัศวินมังกรผู้ถูกควบคุมด้วยมนตร์สะกด...ไคน์...สหายรักของเขานั่นเอง !!



Surpass Thyself

หลังการพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เซซิลได้เผชิญหน้ากับบาปที่ฝังลึกอยู่ภายใต้จิตใจของเขา และเรียนรู้ว่า ความมืดมิด ย่อมไม่สามารถต่อกรกับความมืดมิดได้...ถ้าหากว่าจะมีซักทางที่จะเผชิญหน้ากับด้านมืด
อย่างกอลเบซ...นั่นก็หมายความว่า เขาจะต้องเปลี่ยนแปลงไปยังขั้วตรงข้าม...
จะต้องรับพลังแห่งด้านสว่างไว้กับตัวเท่านั้น...

เซซิลต่อสู้กับความมืดของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย และได้กลายเป็น"พาลาดิน" อัศวินแห่งแสงสว่างในที่สุด...ณ ตอนนี้ เขาก็มีคุณสมบัติพร้อมที่จะต่อกรกับกอลเบซแล้ว เขาทวงสิ่งต่างๆที่ถูกช่วงชิงไปกลับคืนมาได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพื่อนสนิทและคนรักของตัวเอง...แต่น่าเสียดาย...ภารกิจไล่ล่า "คริสตัลแห่งแสงสว่าง" ทั้ง 4 บนโลก จบลงด้วยความล้มเหลว...พาลาดินหนุ่มและผองเพื่อน ก็ยังไม่ย่อท้อ ไล่ล่าตามไปถึง"คริสตัลแห่งความืด" อีก 4 ที่อยู่ใต้ผืนโลก ด้วยความหวังจนหยาดสุดท้ายว่า จะหยุดยั้งแผนการของกอลเบซให้จงได้ !!

...อีกครั้ง...ที่เหล่านักรบต้องผิดหวัง...

ความมืดช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน มันสามารถแทรกซึมไปได้ทุกหนแห่ง ไม่เว้นแม้แต่การค้นลึกไปในหัวใจของคน...
ไม่เว้นแม้แต่ความรู้สึกที่เก็บงำอยู่ลึกที่สุด..อย่าง...ความรัก...ความรักต้องห้าม
...ความรักที่ไม่สมควรจะมี...
ความรักที่ควรจะเก็บไว้อยู่แค่เพียงในจินตนาการของตนเอง...

ไคน์ ไฮวินด์ ถูกครอบงำโดยด้านมืดอีกครั้ง...
ด้วยความรู้สึกริษยาที่มีต่อเพื่อนสนิทข้างกาย...
ด้วยความรู้สึกเกินเลยที่มีต่อแฟนสาวของเพื่อนรัก...
เซซิลไม่เคยล่วงรู้เลยซักนิดว่า...ไคน์อิจฉาตนแค่ไหน...
และปรารถนาตัวโรซ่ามากเพียงไร !!



คริสตัลสองขั้วทั้ง 8 ก้อน ถูกกอลเบซครอบครองได้หมด...แผนการสร้าง"เส้นทางสู่ดวงจันทร์" ที่เจ้าตัวเคยกล่าว ก็ได้เริ่มต้นขึ้น กอลเบซมุ่งหน้าไปยังดวงจันทร์...
ในเวลาเดียวกับที่เซซิลได้รับความร่วมมือจากชนเผ่าโบราณมิซีเดีย-ชนเผ่าที่เขาแย่งชิงคริสตัลก้อนแรกมาด้วยมือที่เปื้อนเลือด- ให้ปลุกเรือเหาะยักษ์ในตำนาน ผลงานของชาวลูนาเรียนคนแรกที่มาอาศัยยังโลกมนุษย์...เรือเหาะ"ปลาวาฬแสงจันทร์" - The Lunar whale ของคุลูยะนั่นเอง...

ณ ปราสาทคริสตัลบนดวงจันทร์ เซซิลได้พบกับผู้พิทักษ์แห่งชนเผ่าจันทรา...จอมปราชญ์ฟุซูยะ...
เขาได้รับรู้ถึงความเป็นมาอันน่าทึ่งของชาวเผ่าจันทราเป็นครั้งแรก เริ่มตั้งแต่เรื่องราวครั้งอารยธรรมล่มสลาย ไล่มาจนถึง เศษซากความนึกคิดอันชั่วร้ายของเซมุส ที่ยังคงพุ่งพล่านอยู่ ณ ใจกลางดวงจันทร์...ที่น่าตะลึงก็คือ...ความนึกคิดนั้น มีพลานุภาพขนาดที่สามารถครอบงำ และบงการผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย...ซึ่งหุ่นกระบอกตัวสำคัญ ที่ถูกเซมุสควบคุมอยู่ และทำหน้าที่เป็นแกนหลักของแผนการกวาดล้างโลกสีครามนั้นก็คือ...กอลเบซ !! ชายผู้สืบสายเลือดจากชนเผ่าจันทรา...ชายผู้เป็นบุตรคนโต ของผู้พิทักษ์คุลูยะผู้ล่วงลับไปเมื่อเนิ่นนาน !!!



Zieghart
Behind the cover

Final Fantasy IV - บทแห่ง "ความขัดแย้ง" - นั้น เป็นภาคที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของซีรีย์อย่างชัดเจน เมื่อย้ายมาสู่เพลตฟอร์มที่ดีกว่า...จากเครื่องแฟมิคอม สู่ซูเปอร์แฟมิคอม...ทั้งกราฟฟิค ระบบเสียง และความแน่นของเนื้อหา ทำให้ตัวเกมส์ สามารถใส่หลายๆองค์ประกอบดังกล่าวลงไปได้อย่างเต็มที่ ไม่ถูกจำกัดด้วยปัจจัยทางเทคโนโลยีเหมือนภาคที่ผ่านๆมา

ระบบการเล่นที่เปลี่ยนจากแบบ"ผลัดกันเลือกคำสั่ง" (Turn base) เป็นระบบ"ช่วงชิงเวลา"(Active time battle - ATB) ที่ผู้เล่นจะมีเวลาที่จำกัดในการเฝ้ารอคอย และเลือกออกคำสั่งให้กับตัวละคร ก็นับเป็นการพลิกโฉมหน้าของระบบการต่อสู้ในรูปแบบเดิมๆ ให้มีความสมจริง และเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น

หากจะกล่าวถึงจุดเด่นของภาค 4 นี้ ก็คงต้องพุ่งประเด็นหลักไปที่ส่วนของ"ตัวละคร"เป็นสำคัญ เพราะแม้ว่า ระบบการเปลี่ยนอาชีพอย่างอิสระ จะเปลี่ยนเป็นการมีอาชีพติดตัว เปลี่ยนแปลงไปเฉพาะตามเนื้อเรื่องหลัก...และการดำเนินเนื้อเรื่อง ที่เป็นเส้นตรง ยากจะพลิกแพลง...แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือการสร้าง"ความเป็นตัวตน" (Identity) ที่มีเอกลักษณ์ของตัวละครแต่ละตัวเป็นครั้งแรก

...จากการตัดสินใจปูพื้นฐาน"อารมณ์"ที่ละเอียดอ่อน และกล้าที่จะจับประเด็นเรื่อง"ความนึกคิด"ของเหล่าตัวละคร ทำให้ผู้เล่นสามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ที่จำเพาะ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...อาจบอกได้เลยว่า นี่น่าจะเป็นภาคแรกของซีรีย์ ที่เรามีเหล่าตัวละครที่ดู"มีตัวตน" "จับต้องได้" และ"เข้าถึงได้"โดยแท้จริง

ด้านพลอตเรื่อง แม้จะปฎิเสธไม่ได้ว่า FF4 ได้รับอิทธิพลมาจากนิยายและภาพยนตร์ไซไฟคลาสสิคหลายต่อหลายเรื่อง แต่ด้วยการดำเนินเนื้อเรื่องที่ผสมกลิ่นอายแฟนตาซี และการใส่บรรยากาศที่มีมนตร์ขลัง แทรกเข้าไปตลอดทั้งเรื่อง...ทำให้ท้ายที่สุด...มันก็ถือกำเนิดใหม่ เป็นเกมส์ภาษาสัญชาติตะวันออก ที่มีส่วนผสมทั้งความโรแมนติก ความหวานเลี่ยน ความดุดัน และความงดงามที่ลงตัว...เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีทางซ้ำใคร และจะไม่มีใครสามารถลอกเลียนได้เลย



.................

..........................

.................................

Last Page's story -Twisted bloodline

ณ ปราสาทคริสตัลที่ตั้งตะหง่านอยู่ใจกลางดวงจันทร์...
เซซิลได้ตระหนักถึงความจริงอันน่าพรั่นพรึงอีกหนึ่งข้อ...
ว่าผู้ที่สามารถยุติเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ อาจจะมีเพียง...
อีกหนึ่งทายาทคนสำคัญของคุลูยะ...ลูกครึ่งคนน้อง ผู้สืบทอดเชื้อสายจากผู้พิทักษ์ชาวลูนาเรียน กับหญิงสาวชาวโลก...
น้องชายของกอลเบซผู้พี่...เซซิล...พาลาดินแห่งแสงสว่าง...ตัวเขานั่นเอง !!!

หุ่นยักษ์แห่งบาเบลถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง โลกกำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ...
กอลเบซหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง...เซมุสยิ้มน้อยๆอย่างเย้ยหยัน...
ในวันนั้น...เซซิล ตัดสินใจอย่างแน่วแน่...เหล่านักรบเดินทางกลับสู่โลกในทันที...
การเผชิญหน้าระหว่างสองพี่น้องผู้ยืนอยู่คนละฝั่งของความถูกต้อง กำลังจะเริ่มต้นขึ้น...
ปมแห่งความขัดแย้งของเรื่องราว...กำลังขมวดเข้าสู่บทสรุปสุดท้าย !!!



Beyond Good and Evil

...ความเพ้อฝันบทที่ 4 นี้ เน้นหลักไปที่ประเด็นของ"ความขัดแย้ง" เสียมาก ทั้งความขัดแย้งระหว่างคนข้างกาย ความขัดแย้งภายในหัวใจของตน ความขัดแย้งระหว่างสายเลือด ความขัดแย้งระหว่างแสงและเงา...จวบจนถึงความขัดแย้งที่อยู่คนละระนาบของความถูกต้อง.

..เฉกเช่นเดียวกับสองด้านของภาพที่สะท้อนจากกระจกเงา รึสองด้านของคมดาบที่ต่างก็เสียดแทงผู้เป็นนาย...ไม่มีใครสามารถระบุได้ชัดแจ้งว่า..

.ด้านสองด้านที่ไม่มีทางได้พบเจอกันนี้...ด้านไหนจะถูก หรือด้านไหนจะผิด...ความมืดคือคำตอบสุดท้ายรึ? หรือแสงสว่างคือความถูกต้อง?...

....มนุษย์โลกเหม่อมองดวงจันทร์มานานแสนนาน แต่ก็สามารถชื่นชมมันได้เพียงแค่ด้านเดียว...ด้านที่หันเข้ามาหาพวกเรา...
แล้วอีกด้านที่พวกเราไม่เคยไม่เห็นเล่า? จะแฝงไปด้วยความชั่วร้าย หรือความดีงามกันแน่...ย่างก้าวที่ 4 นี้ นำพาความเพ้อฝันของพวกเรา ให้หลุดออกไปไกลจากกรอบของจินตนาการอีกหนึ่งขั้น...

ผ่านมานานปี...สิ่งที่พวกเราเคยคาดหวัง ก็ได้เป็นจริงขึ้นมา...ความเพ้อฝัน ที่ก้าวไปไกล...สู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น...



...ช่างเป็นความขัดแย้งที่...น่าจดจำเหลือเกิน ...

.

--Trace Memory...Trace Fantasy--

To be continued...Final Fantasy V - เจตจำนง ณ รุ่งอรุณแห่งการสืบทอด
Zieghart
.............
.......................
..........................
อ่านจบแล้ว...รู้สึกว่า...ยาวจริงๆแฮะ เพราะภาค 4 นี้ ผมคิดว่า เค้าพิถีพิถันกับตัวบทมาก ก็เลยอยากถ่ายทอดออกมาแบบเน้นเนื้อเรื่องเสียหน่อย ชอบไม่ชอบยังไง ติชมได้ตามสบายครับ ^^

Trivia...นานาทรรศนะ กับความคิดนอกบทความ

FF4

- ภาคอังกฤษ Golbez อ่านว่า กอลเบซ....ภาคญี่ปุ่น Golbeza อ่านว่า กอลเบซ่า...ไอ้เรารึ ชอบชื่อ Jap มากกว่าตั้งเยอะ ==

-ภาคอังกฤษ Kain ภาคญี่ปุ่น Cain...ทั้งคู่อ่านว่า ไคน์ อย่าอ่านว่าเคน...เดี๋ยวจะโดนเหยียดหยามเหมือนผมในวัยเยาว์ T_T

- KluYa...ผมเองอ่านว่า คุลูยะ...เพราะคิดว่า คลูยะ (ซึ่งน่าจะถูกกว่า)มันแปลกสิ้นดี !!

- ขอนั่งยัน นอนยัน ยืนยันว่า...เวอร์ชันดั้งเดิม...มันไม่เคยพูดจริงๆนะ...ว่าคุลูยะ เป็น"น้อง"ของตาเหม่งฟุซูยะ !! คิดว่าพี่มาตั้งนาน

- ภาคญี่ปุ่น มีเจ้าชายอ่อนๆคนนึง ชื่อว่า Gilbert...พอเป็นภาคอังกฤษ มันก็อุตริถูกเปลี่ยนเป็น Edward...แล้วก็ไม่ได้ชื่อกลับคืนมาอีกเลย จวบจนรีเมคครั้งล่าสุด

- Edge เป็นนินจา ตัวละครหลักตัวสุดท้ายที่เราจะได้มาเป็นพวกในปาร์ตี้สุดท้าย

- ซึ่งสองตัวข้างต้น...แม่ม...อ่อนด๋อยทั้งคู่...คิดจะใช้ พึงระวัง...

- ริเดียร่างโต...บอมบาเย่ !!

-chocobo อ้วน เอาไว้ฝากของ...แน่นอนว่า กระเป๋าตัวละครภาคนี้ เล็กเป็นพิเศษ...เก็บแมวอะไรนิดหน่อย ก็เต็มซะแล้ว !!! ฮ่วย !!

-สามพี่น้องเมกัส ปรากฎตัวที่ภาคนี้เป็นครั้งแรก พร้อมไดอะล็อคอันคุ้นเคย ที่คนเล่น FF10 มาก่อน อ่านแล้วจะยิ้ม (รึถ้าพูดกลับกัน ต้องบอกว่า ในFF10 คนเล่นภาค 4 มาก่อน อ่านไดอะล๊อคของ Aeon ตัวนี้แล้วจะยิ้ม...เอ๊ะยังไง?

-มุขเด็ดสะระตี่ที่สุดของภาคคือ การพูดคุยกับคนสร้างเกมส์ !! ขอบคุณ SQEN ที่อุตส่าห์นำความคลาสสิคนี้กลับมาทันท่วงที ในการรีเมคครั้งหลังนี้ (ถูกถอดไปเสียนาน ^^:)

- ว่ากันว่า ชุดเกราะอันดามันไทม์ในภาคนี้ เป็นไอเทมที่ทำให้ฝันร้ายของคนเล่นกลับคืนมา...หลังจากนรกเซตหัวหอมในภาค3...

- เซซิล เป็นตัวละครแรกใน FF ที่ทำให้ผมตระหนักได้ว่า...ความเป็นพระเอก...มันเท่ห์เยี่ยงนี้นี่เอง


- "ตัวร้ายสไตล์ไฟนอล"...ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมวนไปวนมา สุดท้ายก็ต้องกลับมาเป็น "จอมเวทย์" เสียทุกครั้ง..นับจากจักรพรรติพาราเมเกีย...ซานเด้...เซมุส...เอ๊กเดธ..เคฟก้า...อัล

ติมีเซีย...คุจา...ยูเยวอน...บลาๆๆๆ
....................อา....มานึกดูตอนนี้แล้ว ความประทับใจในตัว"บอสนักสู้"ของผมก็พุ่งพรวด...การ์แลนด์และเซฟิรอธ...You are the Man !!

- เอ๊ะ แล้วตาเวนละ?

- ความน้ำเน่าของภาค 4นี้ ผมยกให้เป็นอันดับหนึ่ง ในด้านเรียกรอยยิ้มจากผมได้บอ่ยครั้งที่สุด ตลอดเวลาที่เล่น...ไม่รู้ทำไม พอเล่นไปถึงบทสนทนาต่างๆ...ฉากสวีท ฉากเฉลยปมของเรื่อง ฉากเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ฉากรักสามเส้า สี่เส้า ห้าเส้าแล้ว...มันจั๊กจี๊ใจเป็นบ้า !!

-พิจารณาจากภาค 5 รีเมค ที่มีการนำตัวละคร 3 บรรทัดอย่าง เอนูโอ มาเป็นโคตรบอสลับแล้ว...ภาค 4 DS...ขอคุลูยะเป็นบอสด้วยเทิ้ดดด SQEN !!

- จากใจจริง...อยากแปะ Quote ขึ้นต้นบทความว่า...A Long Time Ago in a Galaxy Far, Far Away...เสียเหลือเกิน...ให้ดิ้นตายสิ

-------------------------------------------------------------

ตอนหน้า เตรียมตัวพบกับ ภาคที่ผมคิดว่า"มันส์" ที่สุดในไตรภาคที่ 2.....

Final Fantasy V - The Heritage ครับ ^^


>>ลิงค์บทความตอนที่ 4<<

This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2008 Invision Power Services, Inc.